ของค้ำของคูนที่มาจากต่างบ้านต่างเมืองบ้างเป็นเรื่องของ อัญมณีหรือหินที่มีความสวยงาม และนับถือกันว่ามีพลังงานลี้ลับที่นำมาใช้เป็นเครื่องรางของขลังได้ หลายปีก่อนท่านที่สนใจเครื่องรางของขลังก็คงพอจะได้ยินได้ฟังรู้เรื่องของ “เทียนจู” หรือ “หินทิเบต”
มาบ้างไม่มากก็น้อยซึ่ง เกิดการตื่นตัวอย่างมากในเมืองไทย ทั้งๆที่บางคนไม่เคยรู้มาก่อนก็ตาม วัสดุที่ใช้ทำเทียนจูนั้นถือว่าต้องมาจากธรรมชาติ คือหินชนิดหนึ่งที่ไทยเราเรียกว่า “โมรา” สำเนียงคนจีน อาจเรียก “หมั่วเล่า”ซึ่งหมายหินตระกูล agate นิยมใช้หินที่มีลักษณะอย่าง ดวงตา มาใช้ ต่อมาเมื่อทำด้วยเซรามิกก็มักนิยมเขียนลายต่างๆ เป็นจุดๆ เรียกว่า ตาเช่นกัน ซึ่งถือว่าชิ้นที่มีอายุ ผ่านมือลามะหรือนักบวช คร่ำเคร่งสวดภาวนาจะมีอำนาจสูงเป็นพิเศษ ก็เลยเป็นที่มีมาของเครื่องรางยอดฮิต สมัยหนึ่งของเมืองไทยบางชิ้นซื้อขายกันด้วยราคานับแสนบาทก็มี
ชาวทิเบตนิยมใช้หิน agateที่มีรูปดวงตามาทำเครื่องประดับเรียกว่า DZI(อ่านว่า ซี )แต่จริงๆ แล้ว ชื่อเต็มๆของหินทิเบต คือ CHUNG GZI BEAD (ชุง จีซี บีด )แต่คนสมัยนี้ มักเรียกเพี้ยนไปว่า DCI (ดีซี) ซึ่งไม่มีความหมายอาเกต Agateเป็นหินที่ทุกคนควรมีไว้ป้องกันตัว อยู่ในกลุ่มคาลซิโดนี เป็นหินที่เก่าแก่ที่สุดในบันทึกประวัติศาสตร์ อาเกตช่วยสร้างความเข้มแข็ง ช่วยไม่ให้ฝันร้าย และยังช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดรวมทั้งการสูญเสียพลังงานได้อีกด้วยอาเกตเริ่มใช้เป็นเครื่องประดับในสมัย Biblical Babylonian ใช้ปัดเป่าพายุ เอาไปวางบนหัวนอนทำให้หลับสบาย ฝันดีใช้อาเกตในการควบคุมอารมณ์ โดยถ้าเราเศร้าอาเกตจะแสดงให้เรารู้ตัว และเราเปลี่ยนอารมณ์ให้ดีขึ้น อาเกตเป็นหินที่มีพลัง ควรนำอาเกตติดตัวไว้เมื่อต้องตัดสินใจเหตุการณ์สำคัญๆแหล่งค้นพบเยอรมัน อุรุกวัย บราซิล อเมริกา แม็กซิโก มาดากาสก้า อิตาลี อียิปต์ อินเดีย จีน และ สก๊อตแลนด์ความเชื่อของหินนี้เป็นเหมือนเครื่องรางของขลังตั้งแต่โบราณ ชาวอียิปต์ ถือว่า ช่วยป้องกันภยันตรายให้เจ้าของ และเป็นตัว แทน ทรัพย์สิน เพิ่ม ความมั่งคั่ง ร่ำรวย
สำหรับเทียนจูหรือ อะเกตรูปดวงตายิ่งมีอายุจะยิ่งมีราคาสูงมาก หากมีประวัติว่า ลามะสูงศักดิ์ใช้ด้วยแล้วยิ่งแพงหายห่วงเล่ากันว่า ชาวทิเบตมีความตั้งใจอยู่สามเรื่องคือ มีบ้านหลังใหญ่อยู่สบาย ได้ไปไหว้พระที่พระราชวังโปตาลา และท้ายสุดคือสามารถครอบครองดวงตาสวรรค์ดีๆสักชิ้น ซึ่งแต่เดิมนั้นก็คงเป็นหินอะเกตที่พบตามธรรมชาติต่อมาเมื่อมีความรู้สร้างเครื่องประดับประเภทลูกปัด ก็เชื่อถือตามลวดลายที่ไม่รู้อีกว่าใครกำหนดขึ้น
สำหรับในต่างประเทศมีการเขียนตำราเกี่ยวกับหินมงคลชนิดนี้มากกว่า๒๐๐ หัวเรื่องเลยทีเดียวด้วยลวดลายธรรมชาติที่แปลกตา หินอะเกตจึงใช้ทำลูกปัดในหลายชนชาติคุณสมบัติและลวดลายนั้นก็ขึ้นกับแหล่งที่หาได้ ถือว่าเป็นหินพลังงานแบบหนึ่ง มีผู้นำไปสวดมนต์แล้ววัดพลังงานแบบสนามแม่เหล็กได้สูงจึงนำมาใช้ในแบบการรักษาด้วยอัญมณีบำบัดด้วย ในส่วนที่มีลักษณะเป็น ดวงตานั้นการเกิดเหมือนหินพระธาตุสามร้อยยอดคือเป็นการก่อตัวภายใต้สนามพลังงานบางอย่าง ถือว่า ดวงตามีอำนาจลี้ลับในการป้องกันรวมทั้ง กำราบสิ่งชั่วร้าย และศัตรูด้วย เพราะคำว่า ตา หมายถึงอวัยวะในการหยั่งรู้ดังนั้นจึงเชื่อว่าส่งเสริมให้เกิดญาณทัศนะที่ดีด้วย ดวงตาสวรรค์เป็นหินตระกูลที่เรียกกันในหมู่นักนิยมหินพลังจะตั้งชื่อกับนามสกุลอย่างกับคนว่า มงคล ทรัพย์ไพศาล" เพื่อบ่งบอกคุณสมบัติของหินดวงตาสวรรค์นี้ได้อย่างดีเลยทีเดียว
แหวนนพศูล
แหวนมงคลจากรูปแบบโบราณ นำมาจัดสร้างด้วยเนื้อทองเหลืองผสมชนวนศักดิ์สิทธิ์ ยอดเจดีย์ ๙ ยอด ยอดนพศูล เก้ายอด แร่ทนสิทธิ์ต่างๆ โดยนำมาผสมในเนื้อทองเหลือง(เนื้อทองทิพย์) นำมาจัดสร้าง แหวนมงคลรูปศูล หรือ เพกาเก้ายอด ตามคติโบราณ ลงวิชาสำคัญทีคติชนนับถือครบสูตร หัวใจพระราหู หัวใจรามสูร หัวใจนพคราส อุมหาพรหม ตามตำรับที่สืบสายจากวัดประดู่โรงธรรม(คนละคติวิชากับสาย อ.เฮง ไพรวัลย์) เรือนแหวนเป็นงานศิลปะที่ต้องใช้ช่างฝีมือ ประกอบขึ้นทีละวงด้วยการหล่อและฉลุแต่ง การฝังหัวใช้การย้ำ กดไม่ใช่กาวประสานอย่างปัจจุบันจึงทรงคุณค่ามาก หัวแหวนเป็นหินดวงตาสวรรค์ เจียรนัยเป็นหลังเบี้ย สวยงาม เป็นสิ่งที่มีพลังอำนาจสูง เป็นมงคลทรัพย์ไพศาลคู่ควร แหวนมงคลศักดิ์สิทธิ์ เป็นงานประณีตจัดสร้างเผยแพร่สำหรับท่านที่สนใจ