อานุภาพคาถาพัน

ขอเริ่มที่ “ขอไม่เลือก” ก็เจอกับ “ให้ไม่เลือก”

        มีกระแสมากมายในวงการเครื่องรางของขลัง เกี่ยวกับเครื่องรางที่เรียกว่า   “ชูชก”   ซึ่งถือคติอ้างอิงจาก “คาถาพัน” หรือ  “เวส สันดร”  วรรณกรรมประเภทชาดก ที่มีการถกเถียงมากที่สุดว่า  สมควรหรือไม่ที่จะยกย่องบุคคลในวรรณกรรมดังกล่าว ว่าเป็นแบบอย่างในสังคมได้  แม้แต่การกระทำของ  พระเอก  หรือพระเวสสันดร เองก็ตาม  มักจะถูกหยิบยกมาถกเถียงกันเสมอๆว่า  “การให้แบบไม่เลือก” ของพระเวสสันดรนั้นเหมาะสมหรือไม่? กับชาดกเรื่องนี้   ใครได้  ใครเสีย   ใครเดือดร้อน  และพุทธศาสนิกชนได้อะไรกับ “คาถาพัน”  ที่ควรเป็นมากกว่า  ประเพณี    และการนำคติเรื่องนี้มาสร้างเครื่องรางของขลัง
     หลายๆคนมองว่า “ชูชก”  เป็นบุคคลน่ารังเกียจ  เพราะเป็นตัวแทนของคนขี้งก  ขี้ขอ  แต่ผมเถียงใจขาดในข้อที่ว่า  “ชูชกแกไม่เห็นแก่ตัวซะทั้งหมด”  อย่างน้อยแกก็มีน้ำใจ กับเมียของแก(นางอมิตาดา)ที่อุตสาห์เสี่ยงชีวิตดั้นด้นไปเพื่อ  “ขอ”  สิ่งที่คิดว่า  จะทำให้คนที่แกรักนั้นได้พอใจ และมีความสุขมากขึ้น  และตาชูชกแก ก็ฉลาดพอที่จะไปขอสิ่งที่แกต้องการกับ “ นักให้บันลือโลก”  ซึ่งก็  คือ “พระเวสสันดร”   และคงเกิดมหาทาน อันยิ่งใหญ่ไม่ได้     ถ้าไม่มี  “ผู้ขอ” เนื่องจาก “ผู้ให้” ก็ไม่รู้จะให้ใครนั่นเอง     ดังนั้น “ชูชก” และ “ พระเวสสันดร”   จึงเป็น “คู่เวรคู่กรรม”  ที่ร่วมสร้างบารมีกันมานานนักหนา จัดเป็นคู่สร้างบารมี แบบคู่หูดูโอ  ศิลปินคู่ยอดนิยมอย่างไรอย่างนั้น หากเรารัง เกียจ “ชูชก” เพราะ ขอไม่เลือก  ก็ ควรจะต้องรังเกียจ   “พระเวสสันดร”  ที่ให้ไม่เลือกด้วยละกระมัง?มันถึงจะยุติธรรมแบบไม่สองมาตรฐาน

เขียนอย่างนี้หลายคนคงเหม็นหน้าผม ที่ว่าเอาอะไรมาเขียน มันจะไปกันใหญ่แล้วละมั้ง  เรื่องดีดีกว่านี้ไม่มีจะเขียนหรือ ?ถึงมาเขียนเรื่องประเภทแกว่งเท้าหาเสี้ยนแกว่งปากกาหาเรื่องใส่ตัว แบบนี้   ก็ขอตอบว่าเรื่องดีดีชาวบ้านเขาแย่งไปเขียนหมดแล้ว   ก็เลย เอาเรื่อง ที่หลายๆคนเห็นว่า ไม่ดีไม่งาม  มาแยกแยะแจกแจงให้เห็นความ จริง ของสัจธรรมโลกที่ทุกคนต้องเจอะเจอ อย่างไรละครับ  ความจริงที่หลายคน กลัวที่จะเผชิญ แต่ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้   เพราะไม่ว่าคุณ จะคิด อย่างไร มันก็เป็นอยู่อย่างนั้น
“ชูชก”  เป็นบุคคลที่สังคมให้ร้าย!!!  เช่นเดียวกับปัจจุบันที่  กลไกสังคมบางครั้งก็ทำให้คนดีเป็นคนเลว   สุจริตชน หลายคนเป็นโจรเพราะจำใจ  เป็นโจรเพราะตกกะไดพลอยโจน  ทั้งนี้ก็เพราะคนชั่วในสังคมนั่นเอง  ที่ทำร้ายคนดีๆ  และก็หาผู้รับเคราะห์มารับผิดชอบแทน โจรในคราบผู้ดี   ปีศาจคาบคัมภีร์  ก็ยังเป็นสุขในสังคม ได้เสมอตราบเท่าที่ยังไม่มีผู้รู้เท่าทันพวกเขา  ที่ผมบอกว่า ชูชก เลวส่วนหนึ่งเพราะสังคมให้ร้าย  หลายท่านอาจสงสัยถ้าอย่างงั้นเรามาดูเรื่องราวเกี่ยวกับ  “ชูชก”   กัน
“ชูชก” นั้นมีชาติภูมิอยู่ในวรรณะที่จัดว่าสูงกว่าชนชั้นสามัญในยุคนั้นกล่าวคือ แกเป็น  “พราหมณ์”  ในตระกูลสูงสุดของวรรณะทั้งสี่  หากนับชั้นตาม วรรณะ  แกสูงกว่า พระเวสสันดร ด้วยซ้ำ เพราะจัดลำดับลักหลั่นชนชั้นตามวรรณะตามศาสนาพราหมณ์จากชั้นสูงไปชั้นล่างดังนี้คือ
พราหมณ์
กษัตริย์
แพทย์
ศูทร 

แต่ชูชกแม้จะเป็นพราหมณ์แต่กลับมีอาชีพเพียงแค่  “ขอทาน”  การเป็นขอทาน เพราะเหตุใดไม่ปรากฏ เพียงแต่ระบุว่าแกอยู่ตัวคนเดียว  ไม่มีญาติพี่น้อง   ไม่มีอาชีพอื่นเพราะอาจเป็นคนอายุมากแถมพิกลพิการเสียอีกทั้งไม่มีญาติเหลียวแล   จึงทำอาชีพใดไม่ได้นอกจากขอทาน  (เฮ้อ เวร  กรรม   อะไรจะขนาดนั้น )ที่ว่า สังคมช่างโหดร้ายกะแกก็คือการ สร้างภาพลักษณ์ความไม่เข้าท่าให้ตั้งแต่ กวีบรรยายยัดเยียดความ “อัปรีย์ สถุล ทุคคตะ  สกปรก วณิพก ยาจก จัณฑาล” และยังมีคำอื่น ๆ ที่มัก   ใช้เรียกขาน “ชูชก” ในวรรณคดีเรื่องนี้อีกมาก ซึ่งแต่ละคำล้วนแล้วแต่สร้างภาพที่น่าเกลียดน่ากลัวของชายชราใจร้ายให้เด่นชัดขึ้น  เช่น  เฒ่า  หือรือ  โหดหีนชาติ  ทาสเมถุน เฒ่าอาธรรม์  เฒ่าจัญไรสันดานหยาบ  ฯ นอกจากนี้รูปร่างหน้าตาของชูชกยังมีลักษณะที่เรียกว่า “ลักษณะบุรุษโทษ ๑๘ ประการ”  คือ 
๑.พลังกบาท  เท้าทั้งสองข้าง ใหญ่และคด
๒.อัทธนขะ    เล็บทั้งหมดกุด
๓.โอพัทธปิณฑิกะ       ปลีน่องทู่ยานลงภายใต้
๔.ทีโฆตตโรฏฐะ   ริมฝีปากบนยาวจนปิดริม  .   .    ฝีปาก ล่าง
๕.จปละ   น้ำลายไหลออกเป็นยางยืดทั้งสองข้าง
แก้ม  (คงเป็นโรคชนิดหนึ่ง)
๖.กฬาระ     เขี้ยวงอกพ้นปากเหมือนเขี้ยวหมู
๗.ภัคคนาสกะ    จมูกหักฟุบดูน่าชัง
๘.ภัคคปิฏฐิ     สันหลัง ไหล่ หักค่อมคด โกง
๙.กุมโภทร     ท้องป่องพลุ้ยเป็นกระเปาะเหมือนหม้อ
ใหญ่ แสดงภาพลักษณ์ของความตะกละ
๑๐.วิสมจักขุ   ตาถล่มลึกทรลักษณ์ ข้างหนึ่งเล็ก
ข้างหนึ่งใหญ่ไม่เสมอกัน
๑๑.โลหมัสสุ     หนวดเครามีพรรณดังลวดทองแดง
๑๒หริตเกส      ผมโหรงเหลืองดังสีลาน
๑๓วลินะ   ตามตัวเต็มไปด้วยเส้นเอ็นนูนเกะกะ
๑๔.ติลกาหตะ  มีต่อมแมลงวันและตกกระเหมือนโรยงา
๑๕.ปิงคละ ตาเหลือก เหล่ เหลือง ดังตาแมว
๑๖.วินะตะ  ร่างกายคดค่อมในที่ทั้งสาม ซึ่งในที่นี้กำหนด   ว่า  คือ    คอ        หลัง และ สะเอว 
๑๗.วิกฏะ     เท้าทั้งคู่เหหันห่างเกะกะ
๑๘.พรหาขระ   ขนตามตัวหยาบเหมือนแปรงหมู
ลักษณะโทษทั้ง ๑๘  ประการของชูชกนี้  ยิ่งทำให้เห็นภาพอันน่าเกลียดน่ากลัวของชูชกได้ชัดเจนขึ้น

    คงไม่มีใครอยากให้ตนพิกลพิการรูปร่างหน้าตาน่าเกลียดน่ากลัวราวกับครึ่งผีครึ่งคนอย่างนี้เป็นแน่  และประกอบกับบทบาทด้วยพฤติกรรมที่แสดงต่อพระชาลีและพระกัณหาซึ่งเป็นพระโอรสและพระธิดาของพระเวสสันดรกับพระนางมัทรี   ก็ยิ่งเพิ่มความอัปลักษณ์และโหดร้ายของชูชกให้มากยิ่งขึ้น นี่คือการมองชูชกในแง่ที่คนส่วนใหญ่มอง  ในที่นี้ผู้เขียนอยากจะเชิญชวนให้ผู้อ่านลองมามอง  “ชูชก” แบบมองต่างมุมจากที่เคยมองด้วยความเกลียดชัง  เพราะเพลินกับ สิ่งที่กวียัดเยียดให้   อย่าทำตัวแบบเคยชิน ที่หลงกับนิยายที่มีตัวร้ายตัวอิจฉาในหนังละครทีวี  จน “หลง” คิดว่าจริง   บางท่านอาจ ”อิน”จัดขนาดทำร้ายดาราที่แสดงบทร้าย เมื่อไปเจอตามร้านตลาด   ขอบอกว่า “คาถาพัน”  ไม่ใช่ “ปลาบู่ทอง” “บ้านทรายทอง” หรือ “ดาวพระศุกร์” นะครับ เพราะนวนิยายหรือละครเขาทำให้คน สนุก  และเชื่อกับเรื่องราว แต่ “คาถาพัน”ไม่ใช่เช่นนั้น คนละเวอร์ชั่นกันเลย
เรื่อง “คาถาพัน” หรือ “เวสสันดรชาดก” นี้ ต้องอ่านแล้วคิด   คิดอย่างเดียวไม่พอต้องพยายามก้าวพ้นจากกรอบทัศนคติแห่ง ความดำความขาวเสียด้วย  ก็จะพบ  สัจจะธรรม ที่ซ่อนอยู่ภายในอย่างครบถ้วนซึ่งแฝงนัย เรื่องนี้ไว้เช่น ตอน   ชูชกขอทาน  บุตรทั้งสองของพระเวสสันดร   ซึ่งจะขยายความให้อ่าน ในโอกาสต่อไป
“ชูชก”แม้จะมีอาชีพขอทานแต่แกก็เป็นขอทาน มีกะตังค์คือ ขอเขามาได้แล้วก็เก็บออมไม่สุรุ่ยสุร่าย มี........


พระตำรากล่าวว่า บัวแฝดเปรียบได้ดังพระกัณหาชาลีที่อาจ ช่วยให้พระเวสสันดรโพธิสัตว์ บรรลุโพธิญาณอันยากยิ่งก็ยังได้แล้วหากจะน้อมนำมายังประโยชน์แก่โลกก็ไม่เหลือวิสัยที่จะให้เป็นไปจึงได้นำบัวแฝดที่สะสมมา จำนวนสามสิบสองดอกมาทำวิชาสมมุติเป็นบารมีพระกัณหาชาลีเป็นผงมหาละลวยกัณหาชาลีแล้วนำมาจัดสร้างมงคลวัตถุขึ้นโดยผสมมวลสารมงคลมากมายตั้งแต่ดอกไม้คาถาพัน  ดอกไม้เบญจพรรณ สี่มหาธาตผงว่านทางมหานิยม เช่นว่านพระพุทธเจ้ามาจัดสร้างบัวบังใบมหาละลวยตามนัยวิชาอาคมสายคาถาพันมีผลตามอุปเท่ห์คุณวิชา
เผยแพร่แบบประชาสัมพันธ์ศาสตร์
ท่านที่สนใจค่ากำนล องค์ละ ๓๒.-บาท
กรุณาเพิ่มค่าจัดส่ง พัสดุลงทะเบียน ๕๐.-บาท

เช่าบูชาทางอีเมล์ได้ที่ web_ounamilit@hotmail.com
กรุณาระบุชื่อ - ที่อยู่ผู้สั่ง และเวลาที่โอนเงิน
โอนเงินเข้าบัญชีชื่อ ทัศนะ กิ่งกุ่มกลาง
ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาบางกระบือ เลขบัญชี 018-253396-1
หรือสั่งเช่าบูชาได้ที่ 089-8824311 ครับ