![]() |
| อานุภาพคาถาพัน |
ขอเริ่มที่ ขอไม่เลือก ก็เจอกับ ให้ไม่เลือก มีกระแสมากมายในวงการเครื่องรางของขลัง เกี่ยวกับเครื่องรางที่เรียกว่า ชูชก ซึ่งถือคติอ้างอิงจาก คาถาพัน หรือ เวส สันดร วรรณกรรมประเภทชาดก ที่มีการถกเถียงมากที่สุดว่า สมควรหรือไม่ที่จะยกย่องบุคคลในวรรณกรรมดังกล่าว ว่าเป็นแบบอย่างในสังคมได้ แม้แต่การกระทำของ พระเอก หรือพระเวสสันดร เองก็ตาม มักจะถูกหยิบยกมาถกเถียงกันเสมอๆว่า การให้แบบไม่เลือก ของพระเวสสันดรนั้นเหมาะสมหรือไม่? กับชาดกเรื่องนี้ ใครได้ ใครเสีย ใครเดือดร้อน และพุทธศาสนิกชนได้อะไรกับ คาถาพัน ที่ควรเป็นมากกว่า ประเพณี และการนำคติเรื่องนี้มาสร้างเครื่องรางของขลัง
เขียนอย่างนี้หลายคนคงเหม็นหน้าผม ที่ว่าเอาอะไรมาเขียน มันจะไปกันใหญ่แล้วละมั้ง เรื่องดีดีกว่านี้ไม่มีจะเขียนหรือ ?ถึงมาเขียนเรื่องประเภทแกว่งเท้าหาเสี้ยนแกว่งปากกาหาเรื่องใส่ตัว แบบนี้ ก็ขอตอบว่าเรื่องดีดีชาวบ้านเขาแย่งไปเขียนหมดแล้ว ก็เลย เอาเรื่อง ที่หลายๆคนเห็นว่า ไม่ดีไม่งาม มาแยกแยะแจกแจงให้เห็นความ จริง ของสัจธรรมโลกที่ทุกคนต้องเจอะเจอ อย่างไรละครับ ความจริงที่หลายคน กลัวที่จะเผชิญ แต่ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะไม่ว่าคุณ จะคิด อย่างไร มันก็เป็นอยู่อย่างนั้น
แต่ชูชกแม้จะเป็นพราหมณ์แต่กลับมีอาชีพเพียงแค่ ขอทาน การเป็นขอทาน เพราะเหตุใดไม่ปรากฏ เพียงแต่ระบุว่าแกอยู่ตัวคนเดียว ไม่มีญาติพี่น้อง ไม่มีอาชีพอื่นเพราะอาจเป็นคนอายุมากแถมพิกลพิการเสียอีกทั้งไม่มีญาติเหลียวแล จึงทำอาชีพใดไม่ได้นอกจากขอทาน (เฮ้อ เวร กรรม อะไรจะขนาดนั้น )ที่ว่า สังคมช่างโหดร้ายกะแกก็คือการ สร้างภาพลักษณ์ความไม่เข้าท่าให้ตั้งแต่ กวีบรรยายยัดเยียดความ อัปรีย์ สถุล ทุคคตะ สกปรก วณิพก ยาจก จัณฑาล และยังมีคำอื่น ๆ ที่มัก ใช้เรียกขาน ชูชก ในวรรณคดีเรื่องนี้อีกมาก ซึ่งแต่ละคำล้วนแล้วแต่สร้างภาพที่น่าเกลียดน่ากลัวของชายชราใจร้ายให้เด่นชัดขึ้น เช่น เฒ่า หือรือ โหดหีนชาติ ทาสเมถุน เฒ่าอาธรรม์ เฒ่าจัญไรสันดานหยาบ ฯ นอกจากนี้รูปร่างหน้าตาของชูชกยังมีลักษณะที่เรียกว่า ลักษณะบุรุษโทษ ๑๘ ประการ คือ ![]()
คงไม่มีใครอยากให้ตนพิกลพิการรูปร่างหน้าตาน่าเกลียดน่ากลัวราวกับครึ่งผีครึ่งคนอย่างนี้เป็นแน่ และประกอบกับบทบาทด้วยพฤติกรรมที่แสดงต่อพระชาลีและพระกัณหาซึ่งเป็นพระโอรสและพระธิดาของพระเวสสันดรกับพระนางมัทรี ก็ยิ่งเพิ่มความอัปลักษณ์และโหดร้ายของชูชกให้มากยิ่งขึ้น นี่คือการมองชูชกในแง่ที่คนส่วนใหญ่มอง ในที่นี้ผู้เขียนอยากจะเชิญชวนให้ผู้อ่านลองมามอง ชูชก แบบมองต่างมุมจากที่เคยมองด้วยความเกลียดชัง เพราะเพลินกับ สิ่งที่กวียัดเยียดให้ อย่าทำตัวแบบเคยชิน ที่หลงกับนิยายที่มีตัวร้ายตัวอิจฉาในหนังละครทีวี จน หลง คิดว่าจริง บางท่านอาจ อินจัดขนาดทำร้ายดาราที่แสดงบทร้าย เมื่อไปเจอตามร้านตลาด ขอบอกว่า คาถาพัน ไม่ใช่ ปลาบู่ทอง บ้านทรายทอง หรือ ดาวพระศุกร์ นะครับ เพราะนวนิยายหรือละครเขาทำให้คน สนุก และเชื่อกับเรื่องราว แต่ คาถาพันไม่ใช่เช่นนั้น คนละเวอร์ชั่นกันเลย
|