![]() |
| กฐินสามัคคี วัดสบล้อง จ.ลำพูน | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
![]() ตามที่ท่าน อาจารย์ ปริญญา ณ เชียงใหม่ ที่ปรึกษานิตยสาร อุณมิลิตและหัวหน้าทีมงาน ศูนย์ข่าวภาคเหนือได้ประกาศบอกบุญ การทอดกฐินสามัคคี วัดสบล้อง จ.ลำพูน โดยมีพระคุณเจ้าครูบาบุญยืนเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ เพื่อให้สมาชิกและท่านผู้อ่านได้ร่วมกุศลและรับมงคลวัตถุที่ระลึกจึงจัดสร้างพระผงพิมพ์สมเด็จยันต์ มงกุฎพระพุทธเจ้า โดยใช้รูปปฏิมาพระสมเด็จด้านหลัง ประจุ ยันต์มงกุฎพุทธเจ้า ถอดลายมือ จากเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์โตพรหมรังสี อมตะเถระ แห่งสยามผู้สถาปนา พระสมเด็จวัดระฆัง จักรพรรดิพระเครื่อง ที่มากล้นด้วยมหิทธานุภาพโดยใช้มวลสาร ผงสมเด็จ ดั้งเดิมซึ่งรับมอบจาก พอ.อุทัย ปัทมจิต ได้รับสืบทอดจากหลวงปู่นาควัดระฆังฯ(พระเทพสิทธินายก) พร้อมทั้ง ดอกว่านมงคลทั้ง ๑๐๘ ชนิด ผงดอกไม้เบญจพรรณ ผง พระธาตุถ้ำสามร้อยยอด ศิลาธิคุณ(จากแหล่งเดียวกับที่เจ้าประคุณสมเด็จใช้สร้างพระอันลือลั่น) ผงกระเบื้องโบสถ์วัดระฆังฯ ผงขรัวตาแสงวัดมณีชลขันธ์ฯลฯ โดยทางสำนักงานนิตยสารอุณมิลิตดำเนินการจัดสร้างจำนวน ๒๕๕๔ องค์ เพื่อ แจกกับ ผู้ร่วมการกุศลในครั้งนี้ ได้มอบให้ ท่าน อ.ปริญญา ณ เชียงใหม่ จะเป็นผู้ดูแลการดำเนินการทั้งหมด เกี่ยวกับพระของขวัญชุดนี้ ตั้งแต่การนำไปให้พระสุปฏิปันโนอธิษฐานจิต จนถึงการแจกจ่ายกับผู้ร่วมงานมหากุศลกฐินวัดสบล้อง
เป็นพระคาถาเพียงไม่กี่บทในคัมภีร์มหาพุทธาคมที่มีลักษณะโดดเด่น คือ เป็นลักษณะ งูกินหางหรือนาคบาศ ในสายโสฬส จะบอกเป็นกลว่า ขึ้นที่ไหนลงที่นั่น เป็นยอดของคาถา ขยายความว่าพระคาถาบทนี้ ขึ้นด้วยพยางค์ว่า อิ และลง ด้วยพยางค์ว่า อิ เป็นคำเดียว และใช้เป็นศูนย์กลางของพระยันต์ด้วย ถือว่าต้นกับปลายเป็น สิ่งเดียวกันคือ ความเป็นอมตะยั่งยืนไม่จบสิ้น(วงกลม หาต้น-ปลายไม่ได้ จึงไม่มีที่สุด) คำว่าอินี้ซ้อนกันถึง ๔ ครั้ง นับได้ ๘ อักษร จากพระคาถาสี่วรรค ๓๒ อักษร(คำ) เหลือช่องกลาง ๒๔ อักษร (คือ ๓x๘) คือ พระ ไตรสรณาคม ท่านเจ้าประคุณสมเด็จโต เขียนบอกนัยเคล็ดลับพระคาถาของท่านเป็นลายมืออย่างชัดเจน ทั้งระบุว่าวิเศษนัก พระคาถามงกุฎพระพุทธเจ้าเป็นการผูกขึ้นโดยกลโสฬสสะระตะที่แต่งขึ้นอย่างพิสดาร ดังนั้นจึงไม่สามารถแปล ความโดยตรงได้ หรือ ถอนกล(คำเรียกการถอดความร้อยกรองที่เป็นกลบท) ได้เลยถ้าไม่รู้วิธีผูกพระคาถานี้ขึ้น จริงอยู่ที่คาถานี้เป็นที่รู้จักโดยทั่วไปของนักวิทยาคม แต่มีผู้รู้ไม่มากนัก ถึงความนัยพระคาถาบทนี้ ซึ่งการสักกระหม่อม ที่นับเป็นการ ปิดอักขระในกายทั้งมวล ก็จะสักปิดด้วยยันต์ในพระคาถานี้ ถือเป็นที่สุดของพระยันต์ที่ต้องประดิษฐานในกายเหนือพระยันต์อื่นๆ พระยันต์นี้ แม้ไปปรากฏที่ใดก็ไม่มี การดับสูญ เพราะความเป็นอมตะอุตมังสุญญังนั่นเอง (ยันต์นี้ผูกขึ้นจาก การเข้านิพพาน ในการเดินอักขระ สูงสุดในปถมัง) พระเกจิอาจารย์ผู้รอบรู้ ก็จะใช้พระยันต์นี้ในการเสริมดวงแก่ศิษย์ เช่น หลวงพ่อกวย ชุติงธโร วัดโฆษิตารามผู้วิเศษแห่งเมืองสรรค์ ก็ใช้ยันต์นี้ ประจำตัว ศิษย์ของท่านจะเรียกว่า ยันต์เสริมดวง เพราะท่านลงยันต์นี้ให้ใคร ดวงชะตาก็กลับดีขึ้นเป็น อัศจรรย์ การสร้างพระแจกกฐินภาคเหนือปี๕๔นี้ได้ใช้พระยันต์สุดวิเศษนี้ ประทับ ในหลังพระพิมพ์ หลายท่านอาจเห็นว่าเป็นยันต์คุ้นตา ก็อย่าได้ดูเบา เพราะในความธรรมดา นั้นกลับเหนือธรรมดาอย่างที่สุด สำหรับมวลสาร ได้ประจุวิชา โสฬสธรรมธาตุไว้ด้วย จึงกล้า การันตีว่า หากบูชาโดยมนสิการที่ดีแล้ว ธรรมธาตุ ย่อมปรากฏให้เห็นเป็นอัศจรรย์โดยมิพักต้องสงสัยเลย ส่วนคุณวิเศษ ผู้มีไว้ย่อมทราบได้เองเลิศล้ำเพียงใด... |
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
ประมวลภาพ กฐินอริยะ
|