คดไผ่ แก้วมณีไพฑูรย์แห่งเทพฤาษี

            คดที่พบเห็นได้ยากมากที่สุดชนิดหนึ่งคือ “คดไม้ไผ่”  เชื่อกันว่า  รอบปีสวรรค์ หนึ่ง(ประมาณ ๒๕๐๐๐ปี คิดกำหนดโดย ดวงอาทิตย์โคจรกลับมา ณ ตำแหน่งเริ่มต้น) จึงจะกำเนิดคดชนิดนี้ขึ้นครั้งหนึ่ง   โบราณจะเรียกว่า “มณีไพฑูรย์”  ซึ่งคำแปลของ ไพฑูรย์ ก็คือ  แก้วไม้ไผ่   ซึ่งนักอัญมณี ตีความถึง  แร่อัญมณีชนิดหนึ่งที่มีลายเสี้ยนคล้ายไม้ไผ่ แล้วเรียกว่า ไพฑูรย์   โดยเมื่อนำมาเจียรนัยแล้วจะเกิดเส้นสังวาลหรือ สายธนู พาด  กลางอัญมณีนั้น  และนับถือว่า  ไพฑูรย์ ถือ ว่าเป็นแก้วพระเกตุ  ซึ่งเป็นประธานดาวนพเคราะห์ตามคติโหรไทย จึงมีอานุภาพในการคุ้มโทษ ภัยต่างๆ    ปัจจุบันแก้วไพฑูรย์ น้ำงาม   มีราคาสูงถึง กะรัตละหมื่นบาทไปจนกระทั่งแสนบาท และสูงขึ้นไปตามความต้องการของผู้ซื้อ    สำหรับในแวดวง นักสิทธิ์ หรือ ผู้สนใจเกี่ยวกับธาตุทนสิทธิ์นั้น  มีความเห็นว่า  แก้วไพฑูรย์ ที่แท้จริง  ก็คือ   แก้ว  (หิน) ที่ ได้จากต้นไผ่จริงๆ   ซึ่ง เกิดจากการเสด็จจุติของธาตุกายสิทธิ์ เข้าไปสถิตใน ต้นไผ่  แล้วดูดกิน โอชารสของต้นไผ่ จน ติด กับต้นออกมาไม่ได้  แล้วกลายสภาพเป็นทนสิทธิ์ ไปใน ปล้องไม้ไผ่นั้น  ซึ่งเป็นคนละชนิด กับ  “เทียนไผ่” ซึ่งหมายถึง  ไผ่ที่ขึ้นซ้อน ทะลุกลางปล้องของไผ่อีกต้นหนึ่ง นับเป็นทนสิทธิ์ อีกชนิดหนึ่งที่ไม่เกี่ยวกับคดไผ่ที่ว่านี้

            คดไผ่เป็นคดที่มีเอกลักษณ์ โดดเด่นแตกต่างจากคด หรือ หินทนสิทธิ์ อื่นๆ คือ มีลายเยื่อไผ่ ทาบสลับซ้อนบนเนื้อหิน  และ  มีสีเขียว  อ่อนจนอาจถึง เขียวเข้ม  ปรากฏ บนเนื้อหินให้สังเกตได้  แน่นอนว่าต้องมีลักษณะธรรมชาติ  ที่ไม่อาจทำเลียนแบบได้     สัณฐานของคดไผ่ จะเอาแน่นอนไม่ได้   บางชิ้น กลมรี    บางชิ้น มีสัณฐาน แบบเม็ด พืช  มีขนาดตั้งแต่หัวแม่มือลงมา บริเวณที่คดชนิดนี้สถิตก็คือภายในปล้องไม้ไผ่ ซึ่ง  จะอยู่ตรงข้ามกับบริเวณที่ตาไผ่ต้นนั้นแทงออกจากข้อโดยธาตุกายสิทธิ์ จะเสพโอชา รส ที่ส่งมาเลี้ยงตาไผ่นั้น  ซึ่งจะทำให้ ไผ่นั้นตายพรายไปในที่สุด  และ   ธาตุกายสิทธิ์นั้นก็จะแปรสภาพ เป็นคด  ซึ่งจะแผ่อานุภาพออกมาในเวลา กลางคืน ที่พบเห็นเป็นแสง สว่าง บริเวณกอไผ่  พวกพระธุดงค์  มักจะพบเห็น ธรรมชาติที่แปลกประหลาดนี้ และนำมาเล่าให้ศิษย์ฟัง  สำหรับการพบสิ่งแปลกประหลาดในปล้องไม้ไผ่นั้น ในวงการแพทย์แผนไทยก็ยอมรับ และนำมาใช้ในตำรับยาไทย(คัมภีร์วรโยคสาร) ด้วย  ที่พบชัดเจนก็คือ  ดินสอพองในปล้องไม้ไผ่   หรือพิมเสน ในปล้องไม่ไผ่ ซึ่งมี สรรพคุณโอสถที่มีรสหวาน รสเย็น  มีฤทธิ์ครอบจักรวาล โดยเฉพาะการกำจัดพิษ  เป็นส่วนสำคัญของการปรุงยาจินดามณี อันเลื่องลือ            

   กอไผ่ที่มีคดไผ่จะมีลักษณะที่แยกโดดเดี่ยวจากกอไผ่อื่นๆ  และกอไผ่นั้นจะไม่ได้รับอันตรายจากไฟป่าเลย  ด้วยอานุภาพ ของคดกายสิทธิ์ที่สถิต ในกอไผ่นั้น  จะรักษาต้นไผ่นั้นนาน เท่านานจนกว่า จะมีผู้มาพลีเอาคดกายสิทธิ์นั้นไป ซึ่งจะมีพิธีกรรมเชิญ และตัด คล้าย กับเหล็กไหลเนื่องจาก เชื่อว่า มันคือ เหล็กไหล ที่ ไปกินน้ำ เลี้ยงของต้นไผ่ที่มีความหวาน(โอชารส)  แล้วติด ออกมาไม่ได้จนกระทั่ง แปรสภาพจากธาตุดั้งเดิมไปเป็นคดไผ่ในที่สุด
               อานุภาพของคดไผ่ จะเด่นทางป้องกัน และค้ำคูนผู้เป็นเจ้าของอย่างเอกอุ  ซึ่งเจ้าของเองก็ต้องถือปฏิบัติหมั่นบำเพ็ญภาวนาสม่ำเสมอจึงจะรักษาของวิเศษชิ้นนี้ไว้ได้ตลอดรอดฝั่ง   เพราะหากว่า ถอยบารมีหรือบุญอ่อนกำลังเมื่อไร  คด ไผ่ก็จะปาฏิหาริย์ เหินหาวเดินหน หายไปจากที่เก็บดื้อๆ  เทพผู้รักษา คดไผ่จะเป็นกลุ่มเทพฤๅษี ซึ่งต้องการ ความสงบในการบำเพ็ญ  และแน่นอนว่า จะมีตบะอำนาจแก่กล้ามากด้วย  หากผู้ถือครองปราศจากศีลธรรม คดไผ่นี้ก็จะหนี ไปไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง  การบูชาคดชนิดนี้  นอกจากใช้บุญสัมพันธ์คือทำบุญ อุทิศให้เทพผู้รักษาแล้ว ก็นิยม  ใช้น้ำผึ้งใส่ถ้วยตะไล    กับ  น้ำสะอาด ตั้งไว้ ใกล้ๆ  พร้อมกับ เกสรมาลา (ดอกไม้หอม ที่ยังมีเกสร)  ซึ่งการบำรุงลักษณะนี้ใช้ได้กับทนสิทธิ์เกือบทุกชนิด  แม้จะเป็นทนสิทธิ์ ที่เป็นภาคอสูร (พวก สมิงเหล็ก  ฯ)ก็จะทำให้ความเล่าร้อนของธาตุกายสิทธิ์เหล่านั้นสงบเบาบางลงได้
              เนื่องจากเทพที่รักษา คดไผ่ มักเป็นเทพฤาษี  นักบวช จึงไม่ชอบเรื่อง อบายมุข  หรือ การทำผิดศีลธรรม   การกล่าววาจาหยาบ    การคดโกง ฯ แต่ชอบ  ฟังเสียงสวดมนต์    หากทำสมาธิ  ใกล้ๆคดชนิดนี้ สมาธิจะดีมาก และอาจเกิด ญาณสังหรณ์ ได้เร็ว เมื่อตั้งมั่นอยู่ในศีลธรรม เทพผู้รักษาจะปกป้องคุ้มครองเจ้าของและ บริวาร ให้อยู่เย็นเป็นสุข มักปรากฏ ปาฏิหาริย์ให้เห็นเนื่องๆ  บางคน ก็ได้ยินเสียงสวดมนต์ หรือเกิดนิมิตพบนักบวช คนแก่หรือหนุ่มนุ่งขาวห่มขาว ซึ่งก็คือ   เทพผู้รักษาทนสิทธิ์ชนิดนี้นั่นเอง   คดไผ่ นับเป็นคดที่สุดยอดหายาก และมีอิทธิฤทธิ์มากชนิดหนึ่งเป็นของวาสนา บุญสัมพันธ์เท่านั้นที่จะได้ครอบครอง ผู้มีคดกายสิทธิ์ชนิดนี้พึงอย่าประมาทเร่งทำความดีสร้างสมไว้มากๆ ก็จะทำให้คดกายสิทธิ์ ชนิดนี้คงอยู่คุ้มครองรักษา และส่งอิทธิฤทธิ์ค้ำคูนไปอีกนานเท่านาน.......สวัสดี