![]() |
| พระอาพาธพินาศ |
![]() เอาบุญมาบอก นะครับ เป็นการประชาสัมพันธ์ให้ กับหน่วยงานทางศาสนา อย่างที่จะแนะนำนี้
เป็นวัดที่คุ้นเคยกันและเฝ้าสังเกตมานาน พอควรก็ขอยืนยันว่า ท่านเจ้าอาวาสวัดที่กำลังจะชวนไปทำบุญนี้ มีความตั้งใจอย่างมากที่จะทะนุบำรุงกิจการของพระศาสนา ซึ่งท่านตั้งฟันฝ่าอุปสรรคต่างมากมาย วัดที่ผมกำลังจะพูดถึงนี้เป็นวัดเล็กๆที่กำลังพัฒนา ในจังหวัดลพบุรี ชื่อว่า วัดศรีสุวรรณรัตนาราม (ดงแก้ว) วัดนี้ กำลังมีงานบุญสำคัญ ซึ่งหากผมไม่นำมาบอกเล่า ก็คงไม่ได้ เพราะโอกาสที่ดีๆ อย่างนี้มีไม่มาก และรอแรงบุญจากท่านทั้งหลายมาร่วมสร้างสรรค์ ซึ่งก็มีโครงการต่างๆ ที่จะต้อง ดำเนินการอยู่อีกมากพอสมควร และ ที่เร่งนำมา บอกเล่าเก้าสิบกันนี้ก็เนื่องจากวัดนี้ กำลังมีการหล่อพระพุทธรูปสำคัญ ซึ่งเป็นพิมพ์หรือ ปางที่ไม่ค่อยพบบ่อยนัก แต่เป็นปาง ที่โบราณาจารย์นับถือว่า มีพุทธานุภาพในการกำจัด โรคภัยทั้งหลายได้เป็นอัศจรรย์ ซึ่งขอเรียกขานไป พรางก่อน ว่า พระอาพาธพินาศ ซึ่งชื่อก็บอกอยู่ ตรงๆว่า ทำลายอาพาธ คือ ทำลายหรือ ชนะ ความป่วยไข้ ไม่สบาย ที่ไม่เฉพาะเจาะจงว่า เป็นอาการทางร่างกายเท่านั้น แต่ก็รักษา โรคทางใจด้วย พระปฏิมาที่จะหล่อ ขึ้นนี้ ต้องบอกว่าไม่ธรรมดาแฝงคติวิทยาการของชาวพุทธโบราณไว้มากมายไม่ใช่คิดว่าจะหล่อจะสร้างขึ้นได้ง่ายๆ และคติการสร้าง ก็มีมาเนิ่นนาน นับแต่สมัยอยุธยาก็มีการสร้างขึ้น แม้ ล้นเกล้ารัชกาลที่ ๓ เองก็เคยทรงหล่อพระปางนี้ขึ้นด้วยซึ่งยืนยันว่าคติชนเกี่ยวกับเรื่องนี้มีมานานและเชื่อถือ กันตั้งแต่ระดับราชสำนักถึงสามัญชน ชื่อที่รู้จักกัน ก็คือ พระพุทธรูปปางฉันผลสมอ ซึ่งหลายท่านอาจไม่เคยผ่านหูผ่านตาด้วยซ้ำไปแต่ พระปางนี้ผู้ทรงวิทยาคุณ รู้ว่ามีที่ไหนก็ต้องรีบไปบูชา สักการะ เชื่อว่า คำอธิษฐาน ต่อ พระพุทธรูปปางนี้ จะได้รับรู้ไปถึงเทพยดาผู้รักษาพุทธศาสนา โดยเฉพาะ สักกะเทวราช ผู้เป็นใหญ่ ซึ่งท้าวเธอจะเสด็จมาช่วยด้วยเทวานุภาพ ดังปรากฏในพุทธประวัติหลายตอน พระบรมศาสดาสมณโคดมเองก็เคยตรัสถึงอานุภาพเทวดา ที่มาสงเคราะห์ พระพุทธศาสนา แม้แต่พระองค์เองก็เคยได้รับการสงเคราะห์จากเทวดา เช่นกัน ซึ่งที่ไปที่มาการหล่อพระอาพาธพินาศนี้ ผมจะทยอยนำมาเล่าให้อ่านในฉบับหน้า รับรองว่า หากไม่ได้ มาร่วมในงานนี้ ก็เสียทีที่อ่าน อุณมิลิต เลย เพราะ หากอ่านแล้วยังเฉยอยู่ ก็เท่ากับว่า ละทิ้งโอกาสที่ดีของชีวิต ไปครั้งหนึ่งเลยทีเดียว พระพุทธรูปปางฉันผลสมอ นี้ ถือเป็นปางที่อยู่ระหว่างเสวยวิมุติ ซึ่งอธิบายง่ายๆ ว่า เป็นขณะที่พระพุทธเจ้าทรงเข้านิโรธ ( อารมณ์พระนิพพาน) หลังจากทรงเพิ่งตรัสรู้ ซึ่งครั้นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จออกจากร่มไม้จิกแล้ว ก็เสด็จไปประทับเสวยวิมุตติสุข ณ ร่มไม้เกด(ราชายตนะพฤกษ์) ซึ่งอยู่ทางทิศใต้ของต้นพระศรีมหาโพธิ์ เป็นเวลา ๗ วัน แล้ว จึงทรงออกจากนิโรธสมาธิ ด้วยพระบารมีแห่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงแผ่ไปทั้งสามโลก และสะเทือนเลือนลั่นไปถึง อาสน์ของท้าวสักเทวราช (พระอินทร์) ผู้เป็นใหญ่แห่งเทวดาทั้งปวง จึงทรงเล็งตรวจด้วยแว่นแก้ว ทราบว่าเกิดจากพระบารมีแห่งองค์พระสัพพัญญู และทราบว่านับแต่พระพุทธองค์ทรงตรัสรู้มาตลอด ๗ สัปดาห์ รวม ๔๙ วัน พระองค์ยังมิได้เสวยภัตตาหารสิ่งใดเลย จึงเกรงว่าพระองค์จะทรงอ่อนเพลีย และด้วยศรัทธาปสาทะที่มีต่อพระพุทธองค์ ด้วยเทวฤทธิ์แห่งท้าวสักเทวราช ชั่วพริบตาจึงมาปรากฏกาย ต่อพระพระพุทธองค์ พร้อมเข้าน้อมสักการะพระพุทธองค์ นอกจากนั้นยังนำเอาผลสมออันเป็นทิพยโอสถจากเทวโลกมาน้อมถวาย พร้อมด้วยไม้สีพระทนต์ และน้ำทิพย์ เพื่อให้พระพุทธองค์ทรงสีพระทนต์ และเสวยผลสมอโอสถทิพย์ หลังจากรับประเคนจากท้าวสักเทวราชแล้ว พระพุทธองค์จึงทรงไม้สีพระทนต์และบ้วนพระโอษฐ์ด้วยน้ำทิพย์นั้น แล้วเสวยผลสมอทิพย์ที่ท้าวสักกเทวราช นำมาถวาย เมื่อทรงเสวยแล้วทรงมีพระวรกายที่ผ่องใส จากนั้นจึงเสด็จประทับ ณ ร่มไม้เกดตามเดิม ผลสมอนี้นอกจากเป็นไม้โอสถทิพย์ที่มีอยู่ในเทวโลกแล้ว ยังมีในโลกมนุษย์ด้วยเช่นเดียวกัน จึงเชื่อกันว่าผลสมอคือต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่เกิดจากการบันดาลของเทพยดา มอบให้แก่มวลมนุษย์ เพื่อใช้ในการบำบัดรักษาอาการเจ็บไข้ป่วย นอกจากนี้ในสมัยพุทธกาลพระพุทธองค์ทรงอนุญาตให้ภิกษุที่เจ็บไข้ใช้ผลสมอเป็นโอสถรักษาโรคได้ ซึ่งไม่ว่าภิกษุรูปใดจะเจ็บป่วยด้วยโรคใดก็ตามมักไปกราบทูลขอพระบรมพุทธานุญาต ฉันยาและขอสูตรยาต่างๆ ด้วยเหตุที่พระพุทธองค์ทรงร่ำเรียนศิลปะศาสตร์ ๑๘ ประการจนแตกฉาน และหนึ่งในศาสตร์นั้นก็คือ อายุรเวท การใช้ยาบำบัดรักษาโรคภัย
ฉะนั้นพระพุทธองค์จึงทรงมีความเชี่ยวชาญในการใช้พืชสมุนไพรในการรักษาโรคให้แก่พระภิกษุสาวก ดังในบันทึกในพระไตรปิฎกว่า ในสมัยพุทธกาลพระพุทธองค์ทรงอนุญาตให้ภิกษุที่เจ็บไข้ใช้ผลสมอเป็นโอสถรักษาโรคได้ ดังปรากฏในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๕ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๕ มหาวรรค กล่าวว่า สมัยต่อมา ภิกษุรูปหนึ่งอาพาธเป็นโรคผอมเหลือง ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่ พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาคตรัสอนุญาตแก่ภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาต ให้ดื่มยาผลสมอดองน้ำมูตรโค. แม้ในทางเภสัชศาสตร์แผนโบราณ ยกย่องให้สมอนั้นเป็นพืชสมุนไพรที่มีคุณรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นดอก ลูกแก่ ลูกอ่อน เนื้อลูกสมอ และเปลือกต้น สามารถใช้เป็นยาบำรุงรักษาอาการเจ็บป่วยได้ สำหรับการ สร้างพระอาพาธพินาศ ครั้งนี้ ใช้ปางฉันผลสมอทิพย์ ซึ้ง มีเรื่องเล่าถึงการที่สักกะเทวราชนำผลสมอทิพย์มาถวาย พระสมณโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงน้อมนำเอาเทวานุภาพของสักกะเทวราช มาร่วมกุศลในครั้งนี้โดยได้สร้างพระผงเทวฤทธิ์ ขึ้น และถวายนามว่า สักกะสิทธิ์ ซึ่งหมายถึง สำเร็จด้วยอำนาจ ท้าวสักกะ ด้านหน้าของพระ จึงเป็นรูปท้าวสักกะเทวราช ซึ่งพุทธศาสนา ถือว่าท่านเป็นพระอริยะบุคคล ชั้นพระโสดาบัน จึง เป็นรูปเคารพ ที่ชาวพุทธสามารถบูชาได้อย่างสนิทใจ ว่าไม่นอกทาง โดน ทรงประทับบนไอยราเทพ ซึ่ง แสดงนัยได้ถึง เอราวัณเทพบุตร และ คีริเมไตรดายุคเทพบุตร ซึ่งเป็นเทพพาหนะ โดยท้าวสักกะเทวราชทรงถือ วชิราวุธ ในพระหัตถ์เบื้องขวา และธงชัยพระอินทร์พระหัตถ์เบื้องซ้ายซึ่งหมายถึง ธชัคคังปริตร ด้านหลังเป็นยันต์หัวใจ พระอินทร์ ซึ่งคัดลอกมาจากยันต์เทพชุมนุมตำราฉบับหอสมุดแห่งชาติหมวดพิชัยสงครามซึ่ง อ.เทพ สาริกบุตรได้คัดลอกไว้ อักขระด้านหลังตรงกลางยังมีหัวใจพระอินทร์ ตำราสมุดสมเด็จ ซึ่งสมเด็จพระพุฒาจารย์โตพรหมรังสี ได้บันทึกไว้ ขวามือสุดเป็น หัวใจ ธงชัยพระอินทร์ ซึ่งกล่าวไว้ใน ธชัคคะปริตร หมายถึง การชนะข้าศึกศัตรู ด้านซ้าย มือ เป็นคาถาสมบัติพระอินทร์ หมายถึง ความมั่งคั่ง อักขระด้านล่างสุดเป็นคาถาโองการพระอินทร์ ให้ ปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวง สำหรับมวลสารก็ได้ใช้ทั้ง พุทธ และพราหมณ์ คือผงตรีนิสิงเห ผงโสฬสมหาพรหม ผงเทพนิมิตร(ดอกไม้เข้าพรรษา) ผงดอกว่าน ๑๐๘ ผงเย่หมิง (แก้วพระอินทร์) ผงแก้วรัตนะทั้ง ๗ ประการ ผงแก้ววิเศษทั้ง ๒๔ ดวง ผงเถาวัลย์หลงที่คล้องเป็นสังวาล ที่เรียกสังวาลพระอินทร์ มวลสารศักดิ์สิทธิมากมายได้นำมาสร้างรูปท้าวสักกะเทวราชนี้ยังมีมากมายไม่อาจนำมากล่าวได้ครบถ้วน ซึ่งการจะสร้างรูปท้าวสักกะเทวราช(คติพุทธ)นี้ โบราณาจารย์ถือนักหนาว่าเป็นของสูงผู้สร้างต้องมีบารมีพอที่จะอัญเชิญท้าวสักกะเทวราชให้รับทราบด้วยทิพยญาณทั้งต้องเป็นการกระทำเพื่อมหากุศลให้เหล่าเทพยดา ต่างแซ่ซ้องสาธุการ มงคลวัตถุ ที่อธิษฐานนามท่านท้าวสักกะเทวราช จะมีอานุภาพด้วย แก้ววิเศษ ประจำองค์ท้าวสักกะเทวราช ที่สามารถดลบันดาลได้อย่างแก้วสารพัดนึก และจะสื่อกับบารมีเทพยดาผู้เป็นบริวารท้าวสักกะเทวราชที่มีอยู่ทั่วแผ่นดินที่นับถือพุทธศาสนา เมื่อเห็นรูปท้าวสักกะเทวราช ก็จะรำลึกถึง การบำเพ็ญบารมี และจะคอย อนุคราะห์ช่วยเหลือ บุคคลเหล่านั้น ให้พ้นจากความทุกข์ยาก ประดุจดัง ตำนานเล่าขาน ที่ท่านท้าวสักกะเทวราช เสด็จมาช่วยเหลือคนดีที่ตกทุกข์ได้ยากฉะนั้น เครื่องรางรูปพระอินทร์หรือท้าวสักกะเทวราช ไม่ใช่จะสร้าง ขึ้นได้ง่ายนัก เพราะคติวิทยาคมโบราณนั้นนับถืออาถรรพ์พระอินทร์นั้นแรงนัก .ผู้สร้างต้องอยู่ในศีลสัตย์สุจริต และมีญาณสมาธิแก่กล้าพอ และหากการสร้างนั้นไม่ตั้งมั่นในศีลสัตย์ก็จะเกิดอาเพศ ไปต่างๆนานา เครื่องรางพระอินทร์ ที่แท้ๆนั้นจึงไม่ค่อยมีผู้กล้าสร้างหากไม่มั่นใจจริงๆ เราจึงไม่ค่อยพบเห็นในวงการเครื่องรางของขลัง เพราะที่มีก็เก็บกันมิดชิด แม้แต่พระอินทร์ที่ท่านปู่วรก้อนใบ อธิษฐานไว้ ก็หาชมเกือบไม่ได้ จะมีเห็นก็ที่นำมาแสดงในนิตยสารอุณมิลิตเท่านั้น พระอินทร์คติพุทธ คือ ผู้ทรงบารมีประดุจพระเจ้าจักรพรรตราธิราช รูปพระอินทร์ หรือสักกะเทวราชจึงเสมือนหนึ่งคือ พระเจ้าจักรพรรตราธิราชด้วย ซึ่ง จักรระตนะ หรือจักแก้ววชิระ ของพระอินทร์ ก็เสมอ จักรรัตนะ ประจำพระองค์จักรพรรตราธิราช โบราณจารย์นับถือว่า สมบัติพระอินทร์นั้นมีมากเกินที่จะประมาณได้ การทำเครื่องรางของขลัง ที่ส่งผลทางเจริญลาภสมบัติอย่างชัดเจน ก็ต้องมาจากบารมีพระอินทร์เท่านั้น แม้แต่ ท้าวกุเวรผู้ ที่นับถือว่าเป็นเจ้าแห่งทรัพย์ทั้งปวง ก็ต้องขอทรัพย์จากพระอินทร์ ทั้งนั้น ซึ่งการสร้างครั้งนี้ก็กระทำถูกต้องทุกประการ พระผงสักกะสิทธิ์ จึงมีอานุภาพของ ความศักดิ์สิทธิ์ ด้วยบารมีจักรพรรตราธิราชแห่งทวยเทพอย่างเต็มเปี่ยม และเมื่อแจกจ่ายให้กับผู้ร่วมทำบุญก็เกิดปาฏิหาริย์นานาประการ ซึ่งได้เกิด ธรรมธาตุ ปรากฏขึ้น ที่พระผงสักกะสิทธิ์ อย่างอัศจรรย์ ปรากฏทั้งที่วรรณะขาวขุ่น ใส และสีทองอุไร อันแสดงให้เห็นถึงบารมีของสักกะเทวราช องค์อริยะโสดาบัน ผู้อธิษฐานบารมีรักษาพุทธศาสนา ให้ถ้วน ห้าพันปีตามพุทธทำนายได้รับทราบการจัดสร้างและแสดงเทวฤทธิ์ให้ปรากฏ ซึ่งพระผงสักกะสิทธิ์ที่จัดสร้าง นี้ก็มีประสบการณ์แล้วทันที. นับเป็นโอกาสดีที่ ได้.ร่วมสร้างพระพุทธรูปสำคัญ ก็ได้มีการควบคุมทุกขั้นตอนตั้งแต่สัดส่วนให้เป็นไปตามคตินิยมของชาวพุทธสยามเกี่ยวกับการสร้างพระพุทธรูป และได้ผสมเทียนขี้ผึ้งของผู้มีบุญญาธิการสูง ไว้ในองค์หุ่นพระสำคัญนี้ด้วย ![]() เมื่อได้แบบตามที่ต้องการจึงได้ลงอักขระพระธรรม อันเป็นมงคลลงในองค์พระ ตามคติการสร้างพระโพธินิพพานห้ามสมุทร หรือ พระสมุทัย ที่หมายถึงการดับทุกข์ ลงในหุ่นขี้ผึ้ง เพื่อป้องกันมารแทรกตามคติโบราณด้วย โดยลงนวหรคุณทั้ง๖บทซึ่งคือคาถาตามตำรา พุทธคุณซึ่งย่อ พระคาถาสรรเสริญพุทธคุณ (อิติปิโสฯ) ทั้ง๕๖ คำศักดิ์สิทธิ์ ลงเป็นพระคุณทั้ง๙ เรียก นวหรคุณ จำนวน หกบทคือ ๑นวหรคุณ(จักรเพชร) ๒นิพพานจักรี ๓โองการพระเจ้า ๔หัวใจพระเกตุ ๕นารายณ์ถอดรูป ๖ ยอดแก้วพุทธคุณ เปรียบดังพระมหาพุทธาธิคุณ ฉัพพรรณรังสีทั้ง๖ประการเป็นพระคาถา ๕๔ อักษร (๙คำx๖บท) เมื่อถอด ธาตุได้ (๕+๔)=๙ คือ พุทธคุณทั้ง๙ วนกลับที่เดิม เป็นพุทธจักร(จากนวหรคุณ๙ แปรเป็น๕๔ และกลับมาเป็น องค์คุณทั้ง๙อีก) และเมื่อกระทำโดยอนุโลมปฏิโลม (๕๔+๕๔) คือ อัตรา ๑๐๘ (๑+๐+๘=๙ คือนวหรคุณอีก) ตามคติ การลงอาคมจักรพรรตราธิราชของสยามลุ่มน้ำเจ้าพระยา (คาถายอดธงชัยพุทธคุณถอดถึงที่สุดการถอดอักขระตามตำราพุทธคุณได้๖พยางค์คือ ฉัพพรรณรังสี๖ ประการนั่นแล) เป็นการซ้อนธาตุซ้อนวิชาในองค์พระปฏิมาด้วย อนึ่งวิชาจักรพรรตราธิราช ของสยามลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีกลลึกซึ้งเป็นอเนกประการ อย่าได้มั่วเหมาเอาว่าเจนจบหากมิได้ศึกษาร่ำเรียนมาอย่างแท้จริง มิใช่จะนึกจินตนาการ เอาโดยความเขลาเข้าข้างตัว ที่นำมาแสดงนี้ส่วนน้อยนิดเท่านั้นเป็นวิทยาคมที่ เกิดกายสิทธิ์สูงสุด เรียกว่า “ธาตุพุทธคุณ” เมื่อบารมีใหญ่ เกิดก็มี ผู้บำรุงเลี้ยงรักษาโดยมหาบารมีนั้น คือ แก้วจักรพรรตราธิราชทั้ง๗ก็บังเกิดตามขึ้นด้วยมหาบารมีนั้น เป็นได้ทั้งโลกียและโลกุตระ โปรดทั้งจักรวาล แม้รำลึกถึงโดยนาม(นึกชื่อถึง) โดยรูป (นึกรูปถึง)จิตมีนมสิการ ก็เกิดพุทธบารมีแผ่โปรดถึง หาก เวไนยสัตว์ ผู้มีจิตนุ่มนวลควรแก่การงาน ทำนะโมนมัสการ (จิตนึกน้อมถึงพุทธปฏิมาโดยเคารพ) รำลึกถึงก็จะเกิด ปิติธรรม บังเกิดขึ้น ในธาตุจิต ธาตุกาย ให้สัมผัสรู้เป็นปัจจัตตังโดยมิพักต้องสงสัยเลย (ท่านที่มีสมาธิจิต ตามสมควร สามารถทดสอบ ความรู้นี้ได้ด้วยผัสสะของท่านเองโดยการกำหนด ธาตุรู้ถึงพระปฏิมาที่จัดสร้างนี้ก็จะทราบเอง)แม้พุทธาคม จะมิใช่ตัวแก่นศาสนา แต่ก็....(ยังมีต่อ) สำหรับท่านที่สนใจ ร่วมมหากุศลหล่อพระพุทธปฏิมา อาพาธพินาศ กับอุณมิลิตในครั้งนี้ สามารถบริจาคได้ที่สำนักงานนิตยสารอุณมิลิตหรือ ร่วมบริจาคผ่านทางธนาณัติ สั่งจ่ายนามคุณอัมรินทร์ สุขสมัย ส่งมาที่ ตู้ ปณ. ๑๑ ปณฝ.อ้อมใหญ่ นครปฐม ๗๓๑๖๐ หรือโอนเงินผ่านธนาคารไทยพานิชย์ เลขที่บัญชี ๐๓๔-๔๑๒-๒๑๕๘ ชื่อบัญชี นายอัมรินทร์ สุขสมัย หรือสอบถามที่ ๐๘๑ ๒๕๔๙๘๗๗ (คุณอัมรินทร์) โดยท่านที่จะร่วมกุศลครั้งนี้ให้ศึกษาถึงความเป็นมาของตำนานการสร้างพระพุทธปฏิมาปางนี้ และเทวานุภาพของเทพยดาผู้ที่จะส่งผลให้บังเกิดอานิสงค์ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดศรัทธาอย่างเต็มเปี่ยม ซึ่งจะทำพิธีหล่อในวันศุกร์ที่ ๑๔ ต.ค.๕๔ เวลา ๑๒.๐๙ น โดยได้นิมนต์ พระธรรมวราลังการ (ชะลอ กิตฺติสาโร นธ.เอก ป.ธ.๕) วัดเพชรวราราม ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค มาเป็นประธานพิธีเทหล่อ ฝ่ายสงฆ์ และได้เชิญข้าราชการผู้ใหญ่ มาเป็นประธาน ฝ่ายฆราวาส ได้แก่ ๑. พลเรือเอก อมรเทพ ณ บางช้าง ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพเรือ, ๒. คุณวันชัย สุระกุล ผู้อำนวยการ กองสลากกินแบ่งรัฐบาล, ๓. คุณสุระ เกนทะนะศีล รองผู้อำนวยการใหญ่ ช่อง ๙ อสมท., ๔. คุณอำนวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร, ๕. คุณธานี มาลีหอม นายอำเภอโคกสำโรง, ๖. นายแพทย์ พรเจริญ เจียมบุญศรี ผู้อำนวยการโรงพยาบาล ๕๐ พรรษา มหาวชิราลงกรณ ในพระสังฆราชูปถัมภ์ ซึ่งท่านผู้มีเกียรติเหล่านี้ ได้รับทราบถึงเจตนา เพื่อถวายพระศาสนา จึงร่วม เป็นประธานในการเททองหล่อพระอาพาธพินาศครั้งนี้ ซึ่งจะเททองพระอาพาธพินาศ ขนาด ๙ นิ้วจำนวน ๒๑ องค์ พระชัยอาพาธพินาศ ฯ ในช่วงเช้าประมาณ ๐๖.๐๙ น จากนั้น จะทำพิธี เททองพระอาพาธพินาศ หน้าตัก๓๖ นิ้ว ซึ่งเป็นการหล่อแบบโบราณทั้งสิ้น (ดินไทย) พระคณาจารย์ร่วมอธิฐานจิต คือ หลวงพ่อเพี้ยน อคฺธมฺโม วัดเกริ่นกฐิน จ.ลพบุรี, หลวงพ่อรวย ปาสาทิโก วัดตะโก จ.อยุธยา, ครูบาคำเป็ง ฐิตปัญโญ อาศรมสุขาวดีวราราม จ.กำแพงเพชร, พระครูธรรมคุณากร เจ้าคณะอำเภอโคกสำโรง สำหรับผู้ไปร่วมในพิธี ในวันที่ ๑๔ ต.ค. ก็จะแจกมงคลวัตถุ คือ ยันต์ธงชัยพระอินทร์, ศิลาน้ำ,พระผงอาพาธพินาศ หลังยันต์เกราะเพชร(ผงสีขาว), สีผึ้งจินดามณีเรียกลูก ท่านที่สนใจไปร่วมงานก็สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่๐๘๑๒๕๔๙๘๗๗ ![]() |