![]() |
| พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกต) |
|
พระแก้วมรกต มีพุทธลักษณะอันสวยงาม มีฉัพพรรณรังษีพวยพุ่งออกจากพระวรกายเป็นสีต่างๆ เหล่าพระอรหันต์ ขีณาสพ สมณะ ชีพรามณ์ ท้าวพระยาสามนตราช เทพบุตร เทพธิดา ตลอดจนประชาชนต่างมาชมพระบารมีแลแซ่ซ้อง ถวายสักการะบูชา พระนาคเสนเถรเจ้าพร้อมด้วยเทพยดา กุมภัณฑ์ ครุฑ นาค มนุษย์พร้อมใจกันอธิษฐานอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุถึง 7 องค์ ประดิษฐานเข้าไปในส่วนต่างๆขององค์พระ ดังนี้ พระโมฬี 1 พระนลาต 1 พระอุระ 1 พระอังสา 2 (ซ้าย - ขวา) และพระชานุ 2 (ซ้าย - ขวา) เมื่อพระบรมสารีริกธาตุเสด็จเข้าไปประดิษฐานเรียบร้อยแล้วทั้ง 7 แห่ง เนื้อแก้วมรกตก็ปิดสนิทเป็นเนื้อเดียวกัน ไม่มีรอยหรือช่องแม้แต่น้อย พลันนั้นก็เกิดปรากฎการณ์ แผ่นดินไหวสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่ว เป็นที่อัศจรรย์ยิ่งนัก หลังจากนั้นพระแก้วมรกตได้ยกฝ่าพระบาทดุจเสด็จลงจากแท่นที่ประดิษฐาน เมื่อเป็นดังนั้น พระนาคเสนเถรเจ้าจึงทำนายว่า พระแก้วมรกตองค์นี้จะมิได้ประดิษฐานแต่เมืองปาฏลีบุตรเป็นแน่ ต้องเสด็จไปโปรดเวไนยสัตว์ใน 5 ประเทศ คือ 1. ลังกา 2.โยนก 3.อยุธยา 4. สุวรรณภูมิ 5. ปะมะหล พระแก้วมรกตประดิษฐานที่เมืองปาฏลีบุตร(ปัจจุบัน คือ รัฐปัตนะ ประเทศอินเดีย) ประมาณ 300 ปี กระทั่งสมัยพระเจ้าสิริกิติกุมาร เมืองปาฏลีบุตรเกิดสงครามกับพวกนอกศาสนา เกิดศึกสงครามมิได้ขาด ชาวเมืองเกรงว่าพระแก้วมรกตจะเป็นอันตราย จึงอัญเชิญไปประดิษฐาน ไว้ที่เกาะลังกา พระแก้วมรกตได้ประดิษฐานที่เกาะลังกาเป็นเวลาประมาณ 200 ปี จนลุถึงสมัยพระเจ้าอนุรุทธมหาราช หรือพระเจ้าอโนรธามังฉ่อ กษัตริย์พุกาม(พม่า) พระองค์เป็นกษัตริย์ที่ทรงเดชานุภาพมากและทรงเลื่อมใสในบวรพุทธศาสนา ได้ทรงส่งพระเถระไปศึกษาพระไตรปิฎกที่ลังกา ประกอบกับเวลานั้นพระแก้วมรกตเป็นที่ปรารถนาหรือได้รับการบูชาจากพระมหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่หลายพระองค์ เพราะมีกฤษดาอภินิหารแผ่กระจายออกไปในหมู่กษัตริย์อย่างมาก เมื่อพระอนุรุทธมหาราชทรงทราบก็มีพระราชประสงค์อยากได้ จึงให้พระศีลขันฑ์ เป็นหัวหน้าคณะพระเถระเดินทางไปลังกาทวีป ขอพระไตรปิฎก และพระแก้วมรกตจากพระเจ้ากรุงลังกา ซึ่งพระเจ้ากรุงลังกาก็จนพระทัย จำต้องมอบให้แต่โดยดี โดยบรรทุกมาทางสำเภาสองลำา แต่เมื่อสำเภาแล่นมาถึงกลางทะเลก็เกิดมีลมพัดแรงจัดพัดพาเอาสำเภาไปตามกระแสลม จนคนในสำเภาเองก็ยังไม่ทราบว่าล่องลอยไปอยู่ในที่แห่งใด โดยเรือสำเภาที่อัญเชิญพระไตรปิฎกลอยไปพุกาม แต่สำเภาที่อัญเชิญพระแก้วมรกต ลอยไปเกยอ่าวเมืองอินทปัตถ์ กัมพูชา เมื่อพระอนุรุทธมหาราชทรงทราบจึงได้แต่งคนไปขอคืน พระเจ้ากรุงอินทปัตถ์คืนให้แต่พระเถระกับพระไตรปิฎกบางส่วนเท่านั้น ส่วนองค์พระแก้วมรกตได้ยึดไว้ ณ เมืองนี้(จึงเป็นเหตุให้พระแก้วมรกตไม่เคยไปประดิษฐานในประเทศพม่าเลย ทำให้คนพม่าเองก็ไม่รู้จักพระแก้วมรกต) กระทั่งถึงสมัยพระเจ้าเสนกราชได้ครองเมือง โดยไม่ทรงตั้งอยู่ในทศพิธราชธรรม จึงเกิดอุทกภัยน้ำท่วมกรุงกัมพูชา ต่อมาราวประมาณปลายพุทธศตวรรษที่ 19 ได้มีพระเถระรูปหนึ่งได้อัญเชิญพระแก้วมรกตมาประดิษฐานไว้ยังกรุงศรีอยุธยา
(สามารถติดตามละเอียดเพิ่มเติมได้ในนิตยสารอุณมิลิต ฉบับที่ ๒๔
เดือนพฤษภาคม ๒๕๔๘) |