พระพาย เทพเจ้าแห่งทิศพายัพ

   พระพาย เป็นเทพแห่งลมซึ่งเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่มนุษย์เห็นอยู่ทั่วไป และถูกหยิบยกมาเป็นตัวตนใน ระดับเทพเจ้าที่มาจากธรรมชาติอีกองค์หนึ่งและในตำนานตอนต้นๆของพระเวทจัดเป็น ท้าวอัษฏิกบาลรักษา โลกด้านทิศพายัพ หรือ ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ในยุคแรก ๆ ได้รับความเคารพนับถือมาก เช่นเดียวกับ พระอินทร์ พระเพลิง และพระพิรุณ ต่อมาได้ลดหลั่นลำดับลงมาเนื่องจากพราหมณ์ปริวรรตตนเอง เพื่อขยายแนว ร่วมต้านพุทธศาสนา

   กำเนิดของพระพายเช่นเดียวกับเทพเจ้าองค์อื่นๆที่มีมานานก็มากเรื่อง มากราวเป็นของธรรมดา มีหลายตำนานดังนี้
   มีกำเนิดจากพระกัศยปเทพบิดร และ นางทิติ ซึ่งในเรื่องพระอินทร์ พระอาทิตย์ พระอัคคี และพระพิรุณ ได้เล่าไว้แล้วว่าเป็นโอรสของพระกัศยปเทพบิดร กับ นางอทิติ และ พระกัศยปเทพบิดร มีโอรสกับชายาน้อย คือ นางทิติ (น้องสาวของนางอทิติ) ได้แก่พวกอสูร เมื่อพระอินทร์ กับบริวารชิงสวรรค์ดาวดึงส์ไปครอง พวกอสูรต้องลงไปอยู่ ณ อสูรพิภพ นางทิติสงสารโอรสของตนจึงทูลขอโอรส องค์ใหม่ที่เก่งกว่าพระอินทร์ เพื่อจะได้แก้แค้นให้พวกอสูร

   พระกัศยปเทพบิดรได้แนะนำให้นางไปบำเพ็ญตบะ ณ ตำบลกุศปลพตามกำหนดว่าต้องใช้เวลาถึงหนึ่งพันปี แต่ในระหว่างนั้นพระอินทร์ได้มาปรนิบัติเอาใจจนนาง ทิติหลงตายใจรักพระอินทร์เหมือนโอรสของตนเอง และเปลี่ยนใจจะให้โอรสที่เกิดใหม่เป็นมิตรกับพระอินทร์ แต่พระอินทร์ไม่วางใจ ครั้นวันหนึ่งเมื่อนางทิตินอนผิดทิศโดยหันเท้าไปทางทิศที่เป็นหัวนอน พระอินทร์จึงถือโอกาสเข้าไปในครรภ์ของนางและใช้วัชระตัดโอรสในครรภ์ของนางออกเป็น ๗ ภาคโอรสของนางทิติจึงได้นามว่า มรุต หรือ พระพาย และได้รับหน้าที่แบ่งกันไปทำ ดังนี้

     ส่วนที่ ๑ ไปเป็นลมประจำอยู่ในพรหมโลก
     ส่วนที่ ๒ ไปเป็นลมอยู่ในเทวโลก
     ส่วนที่ ๓ เป็นทิพยวายุ คือ เป็นอากาศ
     อีก ๔ ส่วนให้ไปเป็นลมประจำทิศทั้ง ๔ คือ ลมตะวันออก ลมตะวันตก ลมเหนือ และลมใต้

     เป็นอันว่า พระอินทร์สามารถกำจัดศัตรูสำคัญไปได้ ซึ่งความจริงไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นพี่น้องคนละแม่ ของพระอินทร์ นั่นเอง

     กำเนิดอื่นๆ นั้นเท่าที่ค้นคว้ามา บางตำนานว่าพระพายออกมาจากลมหายใจของบุรุษ ตามคำภีร์วิษณุปุราณะว่า พระพายเป็นกษัตริย์แห่งคนธรรพ์

     สำหรับรูปร่างลักษณะของพระพาย มีแตกต่าง หลากหลายออกไป ในคัมภีร์ไตรเพทกล่าวว่า พระพายเป็นเทพที่มีกายสีขาวลักษณะงดงามยิ่งนัก บางตำนานว่าเสื้อทรงสีน้ำเงิน ทรงรถเทียมม้าสีแดงหรือสีม่วง บางครั้งเทียมคู่เดียว แต่บางทีมีเทียมถึง เก้าสิบเก้า ร้อย หรือพันตัวก็มี แล้วแต่กำลังลมว่าแรงหรืออ่อน บางแห่งว่าทรงมฤค (สัตว์จำพวกเก้งกวาง) เป็นพาหนะ หัตถ์ถือธงสีขาว หรือเขนง (เขาสัตว์ที่ใช้เป่าบอกอาณัติสัญญาณ) หรือแตรแต่ลักษณะกาย ของพระพายุนี้ ตามพระเวทว่า มีกายเป็นสีขาวเสื้อทรงสีน้ำเงิน มี ๔ กร กรขวาถือลูกศร กรซ้ายถือธง ทรงมงกุฏพาหนะโดยเฉพาะคือ มฤค หรือมีรถเป็นแก้วใช้เทียมด้วยม้าสีแดงหรือม่วง ถ้าการเขียนรูป ก็น่าจะเป็นรูปเทวดาผู้มีหน้าตาค่อนข้างดุเพราะสืบกำเนิดมาจาก นางทิติ ผู้เป็นมารดาของแทตย์และอสูร แต่ควรมีอาภรณ์อย่างพระอินทร เพราะเป็นลูกเมียน้อยเมียหลวงร่วมบิดาเดียวกัน สีกายไม่ควรจะขาวนัก ควรใช้เป็นสีเมฆหมอกหลัว ๆ ให้เข้าทำนองพายุจะเหมาะกว่า แขนขามีเพียง ๒ หรือจะให้มี ๔ กร ก็ไม่ผิด

พระพายุนี้นับว่าเป็นเทวดาสำคัญองค์หนึ่ง

(สามารถติดตามละเอียดเพิ่มเติมได้ในนิตยสารอุณมิลิต ฉบับที่ ๒๖ เดือนกรกฎาคม ๒๕๔๘)