พระเกตุเทวา ประธานแห่งเทพนพเคราะห์

      มนุษย์พยายามอธิบายเรื่องราวของจักรวาลรอบๆตัวและนำมาเกี่ยวโยงกับวิถีชิวิตซึ่งแทนพลังงานของจักรวาลออกมาในหลายๆรูปแบบและหนึ่งในนั้นคือการทดแทนด้วยรูปสัญลักษณ์ก็คือเทพเจ้าที่แสดงพลานุภาพด้านต่างๆออกมาในทุกมิติ ดวงดาวต่างๆที่ปรากฏในท้องฟ้าก็เป็นสิ่งหนึ่งที่มนุษย์ยุคโบราณตะหนักถึงความมีอิทธิพลต่อวิถีชีวิตอย่างไม่อาจจะฝ่าฝืนเรื่องราวของเทพนพเคราะห์ก็เป็นอีกมิติหนึ่งที่ถูกกำหนดเรื่องราวเชิงวิทยะปัญญาโบราณด้วยปกรณัมแห่งเทพเจ้าผู้ศักดิ์สิทธิ์

      แต่เดิมนั้นในชมพูทวีปได้กำหนดหมายให้สุริยะเทพหรือดวงอาทิตย์เป็นประธานเเห่งเทพเจ้าประจำชะตาชีวิตของมนุษย์ แต่กระนั้นก็ตามเรื่องราวต่างๆที่พลิกผันชะตากลับเกิดจากจุดดับและมุมอับที่รัศมีแห่งสุริยะเทพย์มิอาจส่งประกายไปถึง เรียกปรากฏการณ์เหล่านี้ว่า “คราส” ซึ่งเดิมนั้นทดแทนด้วยเทพอสูรนามราหู ซึ่งในทางดาราศาสตร์หมายถึงด่าวเคราะห์ฉายาหรือดาวเคราะเงาที่ไม่มีตัวตนทางวัตถุสสารแต่ทรงพลังอำนาจอย่างเด่นล้ำที่ะพลิกผลันชะตาให้รุ่งเรืองและดับแสงลง จึงเกิดปกรณัมต่างๆที่เกี่ยวกับเทพราหูซึ่งในส่วนวิษณุปกรณัม ก็กล่าวถึงเทวาสุรสงครามที่มีการกวนน้ำอมฤต ที่เทวดาและอสูร ต่างร่วมกันแสวงหาความมีชีวิตนิรันดร์ และเป็นเหตุให้วิษณุเทพต้องอวตารถึงสองภาคในคราวเดียวคือเป็นเต่า(กูรมาวตาร)หนุนเขามันทร ที่ใช้เป็นแกนกวนเกษียรสมุทร ต่อมาเมื่อ “ดันวันทรี” เทพเจ้าแห่งการแพทย์ปรากฏขึ้นพร้อมน้ำอมฤต ก็เกิดโกลาหลแย่งชิง จนวิษณุอวตารเป็นอัปสรสวรรค์ผู้งดงามนาม”โมหินี” จนเทพและอสูรต่างตลึงในความงามของนารายณ์แปลง แม้กระนั้นก็ตามราหูอสุรินทร์ก็ยังผ่านม่านมายานี่จนได้แทรกตัวในเทวะสมาคมรับปันส่วนน้ำอมฤตจนวิษณุเทพเจ้าได้ใช้จักรตัดขาดออกเป็นสองส่วน ซึ่งส่วนหัวก็คือราหู ในคติเชิงโหราศาสตร์นั่นเองส่วนท่อนหางได้กำเนิดเป็นดาวเกตุหรือพระเกตุที่เรากำลังกล่าวถึงนี้ซึ่งทั้งเกตุเเละราหูต่างก็เป็นดาวเคราะห์ฉายา โดยราหูเป็นจุดคราสที่เกิดจากดาวโลกเลยถือว่าโลกคือดาวราหูอีกนัยหนึ่งสาวนดาวเกตุหรือพระเกตุนั้นวิเคราะห์กันว่าเป็นจุลเคราะห์หรือดาวเคราะห์น้อยซึ่งอยู่ไกลออกไปไม่สามารถมองด้วยตาเปล่าเห็นและบางคณาจารย์ก็ว่าเกิดจากคราสของเงาจันทร์ที่เกิดคราสขณะราหูอมจันทร์นั่นเองซึ่งคราสทั้งองนั้นมักอยู่ตรงข้ามกันจึงเรียกราหูว่า คราสราหูหัวมังกร

      ส่วนเกตุนั้นเรียกว่า คราสเกตุหางมังกร นอกจากนี้ในตำรากำเนิดโลกที่ได้รับอิทธิพลมาจากชมพูทวีปที่ชื่อว่า “เฉลิมไตรภพ” ก็กล่าวว่า ครั้งเมื่อสร้างโลกธาตุ พระสยัมภูวญาณอิศวรเป็นเจ้าทรงใช้พญานาค ๙ ตัวมาผนึกกันแล้วชุบด้วยน้ำอมฤตเกิดเป็นดาวเกตุขึ้น เลยมีการทำรูปพระเกตุเป็นเทพเจ้าสีทองมีพญานาค๙เศียรเป็นเทพพาหนะและถือว่าพระเกตุนี้เป็นเทพประธานแห่งเทพนพเคราะห์ทั้งปวงเพราะถือตามหลักวิชาโบราณที่เรียกว่า “ทักษา” พระเกตุจะเป็นปฐมเทพเจ้าองค์แรกที่เข้าครองฤกษ์ ดังนั้นจะเห็นได้ว่าในพิธีกรรมต่างที่ต้องอาศัยอำนาจแห่งนักขัตฤกษ์ ต้องพลีกรรมบูชาพระเกตุเสียก่อนทุกครั้งไป หากพระเกตุสถิตย์ร่วมกับพระเคราะห์อื่นในเรือนชะตาผู้ใดก็จะ....

(สามารถติดตามละเอียดเพิ่มเติมได้ในนิตยสารอุณมิลิต ฉบับที่ ๒๙  เดือนตุลาคม  ๒๕๔๘)