มหาสติ ฝ่าวิกฤติการณ์

         ปรากฏการณ์ที่พบเห็นในปัจจุบันเกี่ยวกับธรรมชาติแปรปรวนรวมถึงวิกฤติทางสังคมที่มนุษย์ด้วยกันก่อขึ้นจะเป็นสิ่งเร้าให้จิตสำนึกมนุษย์ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นั้นโดยทั่วไปให้เกิดการตอบสนองด้วยปัจจัยพื้นฐานของสำนึกที่ตนสร้างสมไว้มาจากอดีต จนเป็นตัวตนที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบันจากบทก่อนๆได้แสดงให้เห็นขั้นตอนในมิติวิทยาศาสตร์ที่อธิบายกระบวนการคลื่นพลังจิตที่เกิดจาก สมอง ที่เปรียบเสมือนเซลล์ ไฟฟ้าชีวะภาพ ที่แปรเปลี่ยน รหัสความนึกคิดของจิตวิญญาณออกเป็น กระบวนการทางไฟฟ้าชีวะภาพ ซึ่งคลื่นสมองที่แผ่พุ่งออกสู่ระบบภายนอก จะมีทั้งเชิงบวกและเชิงลบและ ยิ่งคลื่นความคิดที่เกิดขึ้นเป็นพลังเชิงลบมากเพียงใดยิ่งทำให้เกิดการปิดเหตุการณ์ตรงนั้นเร็วขึ้นคือเกิดปรากฏการณ์ที่รุนแรงจนถึงขั้นทำลายล้างบริเวณนั้นเพื่อปรับสมดุลย์ ธรรมชาติ ณ พิกัดจุดนั้น

       การตอบสนองต่อเหตุการณ์ต่างๆ ที่ปรากฏผลเป็นคลื่นความคิดที่เป็นอารมณ์ทั้งเชิงบวกและเชิงลบเป็นการพิสูจน์หรือพิพากษาจากธรรมชาติว่า สิ่งใดควรจะถูกชำระออกไป จากระบบโลก ขอย้ำอีกครั้งว่าคลื่นความคิดเชิงบวกก็คืออารมณ์ที่เบิกบาน ร่าเริง ความรัก ความกรุณา ความรู้สึกเอื้ออาทร อารมณ์ที่เป็นฝ่ายความดี ที่ทำให้จิตใจปิติเอิบอาบด้วยความสุข ที่มีเงื่อนไขจากความดีเป็นปัจจัย ส่วนคลื่นพลังงานทางจิตเชิงลบก็คือ ความรู้สึกหดหู่ ความโกรธ ความพยาบาท ความรู้สึกเอาเปรียบ ความโลภ ความโกรธ ความรู้สึกเศร้าหมอง ว้าเหว่ ซึ่งล้วนเป็น มลทินในจิตใจ ที่เป็นความทุกข

       พลังงานเชิงลบที่แผ่หรือพุ่งออกจากสรีระแห่งกรรมจะเป็นตัวช่วยจุดเหตุการณ์ธรรมชาติให้แปรปรวนหนักยิ่งขึ้น ณ บริเวณใดที่มวลมนุษย์ที่อาศัยอยู่ แล้วต่างก่อกรรมเบียดเบียนกัน สร้างความพยาบาท ความทุกข์ระทมให้แก่กันก็จะมีภัยธรรมชาติที่โหดร้ายรุนแรงเพิ่มขึ้นเป็นเท่าทวีซึ่งจะได้เห็นบทตัดสินของธรรมชาติต่อไปในเวลาอีกไม่นานนี้ว่า บริเวณใดที่จะถูกลบหายออกจากแผนที่โลก เมื่อมีการสำรวจใหม่หลังจากการชำระโลกครั้งสุดท้าย


  โดยดินแดนที่จะถูกทำให้ลบหายไปได้แก่
- พื้นที่ส่วนเกินจากเกาะเเก่งที่เป็นการทับถมของตะกอนดิน
- พื้นที่ที่มีคลื่นความคิดของมนุษย์ในมวลรวมตรงนั้นที่มีค่าพลังงานด้านลบมากกว่า ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ณ พิกัดตรงนั้นที่มีรัศมีครอบคลุม ๑๐๐ ตร.กม.
- บริเวณที่มนุษย์มีความเป็นสัตว์ในจิตวิญญาณมาก ซึ่งมีการเข่นฆ่ากันอย่างยุคแรกเริ่มของโลกที่ยังไม่มี สัตว์ที่มีโครงสร้างสมองซับซ้อนอย่างมนุษย์
- บริเวณที่มีสิ่งปลูกสร้างที่เพิ่มมวลให้กับโลกจนเสียสมดุลย์คือจุดศูนย์ดุลย์ของโลกต้อง ลบล้างสิ่งปลูกสร้างนั้นอย่างถาวร ซึ่งทุกครั้งที่
  เกิดเหตุการณ์หากสังเกตจะพบว่ารอบวันที่โลกหมุนรอบตัวเองเปลี่ยนเป็นเร็วขึ้นคือวันและคืนสั้นลง
- พื้นที่ที่มีสิ่งมีชีวิตหนาแน่นและด้อยคุณภาพจนเกิดการทำลายล้างกันเนื่องจากการปันส่วนในดินแดนนั้นเอง(อัตรา๑๐๐๐๐๐ชีวิตต่อ ๑๐๐ ตร.กม.)



         ข้อสังเกตทางธรรมชาติและเหตุการณ์ใกล้ตัวที่สามารถสังเกตได้คือ
การแปรเปลี่ยนทิศทางสนามแม่เหล็กโลก ซึ่งตรวจสอบจากค่ามุมเบี่ยงเบนเข็มทิศในรอบสิบปีที่เปลี่ยนไปคือเกิดมุมเยื้องแม่เหล็กโลกมากขึ้น การแปรปรวนของกระเเสเเม่เหล็กโลกจะทำให้ระบบการนำทิศด้วยอิเลคโทรนิกแปรปรวนโดยเฉพาะบริเวณที่มีสินแร่ที่ทำปฏิกริยากับสนามแม่เหล็ก จะเห็นว่า มีการบินหลงทางและเครื่องอากาศยานประสบอุบัติเหตุบ่อยขึ้น
ดวงอาทิตย์เวลาเที่ยง จะมีเงาที่ไม่ตรงคือมีเงาฉายมากเห็นส่วนยาวของเงามากขึ้น
น้ำขึ้นน้ำลงเร็วกว่าปกติ หากเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีผลกระทบกับดาวจันทร์เป็นพิเศษ คือเพศหญิงจะพบว่า มีกระบวนการผิดปกติในสรีระมากขึ้นเช่นระยะเวลาตกไข่เพื่อสืบพันธ์จะเเปรปรวนทั้งนี้เนื่องจาก กระแสแม่เหล็กโลกแปรปรวนอย่างถี่และระดับพลังงานเพิ่มลดอย่างรวดเร็วทำให้กระเเสไฟฟ้าเหนี่ยวนำชีวะภาพแปรปรวนมีการเปลี่ยนแปลงของสารไร้ท่อพวกฮอร์โมนต่างๆที่ส่งผลปรากฏออกมาทางร่างกาย โดยเฉพาะพวกกลุ่มเลือดยุคเก่าคือกลุ่มโอ
การรับรสชาติของลิ้นหากสังเกตุให้ดีจะพบว่าเปลี่ยนไปทั้งนี้เนื่องจากสัญญาณประสาทที่เป็นสัญญาณไฟฟ้าแรงต่ำในร่างกายถูกรบกวน
ฯลฯ

         สิ่งเหล่านี้จะเริ่มปรากฏในสรีระแห่งกรรมของมนุษย์ให้ได้ตระหนักสังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงธรรมชาติจากภายนอกสู่ภายใน ข้อควรระวังคืออาการสติแตก ที่อยู่ๆ เกิดลืมเรื่องราวบางอย่างชนิดกระทันหันเหมือนลบข้อมูลนั้นในสมองทิ้ง ไปทั้งๆที่เป็นเหตุการที่เคยจำได้ดีหรือเพิ่งเกิดไม่นานเป็นสิ่งบอกเหตุว่าเรากำลังจะ…..



(สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในนิตยสารอุณมิลิต ฉบับที่ ๓๐  เดือนพฤศจิกายน  ๒๕๔๘)