โชคชะตาลิขิตเองได้หรือไม่?
          ในบรรดาศาสตร์โบราณที่เก่าแก่ของโลกนั้น โหราศาสตร์ก็เป็นศาสตร์ชนิดหนึ่งที่มีอายุยาวนานมาพอๆกับการมีบันทึกว่ามีมนุษย์อยู่ในโลกนี้ โหราศาสตร์เป็นเรื่องราวของการคาดคำนวณ เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ทั้งพยายามพิสูจน์ความเป็นจริงของศาสตร์นี้เองด้วยการคาดคั้นเรื่องราวในอดีตออกมาอย่างน่าพิศวง ความถูกต้องของการทำนายด้วยวิชาโหราศาสตร์ นั้นเป็นของจริง หรือความบังเอิญที่เดาถูก? เรื่องราวเหล่านี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากมายในกลุ่มบุคคลที่เชื่อและไม่เชื่อเรื่องราวทางโหราศาสตร์ ประวัติความเป็นมาของโหราศาสตร์ที่ปรากฏหลักฐานเก่าแก่ที่สุดเท่าที่ค้นพบ คือในยุคบาบิโลนหรือเมื่อประมาณ ๔,๐๐๐ ปีมาแล้ว เรื่องราวที่บันทึกเกี่ยวกับโหราศาสตร์ ในยุคนั้นเป็นการเชื่อมโยงเรื่องราวของจักรวาลซึ่งได้แก่ดวงดาวต่างๆ มีอิทธิพลต่อบุคลิกภาพและชีวิตของคนได้อย่างไร หากค้นคว้าต่อไปก็จะพบว่าความเก่าแก่ของวิชาโหราศาสตร์ปรากฏในแทบทุกชาติทุกเผ่าพันธุ์ มากมายหลายวิธีการหลายแขนงตั้งแต่ง่ายๆคือการเสี่ยงทายไปจนเป็นวิทยาการที่ซับซ้อนแฝงหลักปรัชญาล้ำลึก




          ในปัจจุบันมีผู้เชื่อถือในวิชาโหราศาสตร์เป็นจำนวนมากและส่วนหนึ่งในชีวิตเขาเหล่านั้นกับพึ่งพาหรือเชื่อถือ ศาสตร์พิศวงนี้ในการกำหนดพฤติกรรมของชีวิต มากกว่าที่จะคิดว่า ควรทำสิ่งใดและทำสิ่งนั้นเพื่ออะไร? ความเชื่อเรื่องโหราศาสตร์นับวันจะยิ่งทวีความเป็นสากลมากยิ่งขึ้น กระจายสู่ทุกวงการ ยิ่งมีการพยายามนำมาอธิบายความเป็นไปได้แบบเทียบเคียงกับกระบวนการวิทยาศาสตร์เช่น การอ้างว่า การผันแปรของสนามแม่เหล็กโลกส่วนหนึ่งเกิดจากการเปลี่ยนตำแหน่งดาวเคราะห์ มีอิทธิพลต่อสมองทารกที่อยู่ในครรภ์มารดาอันเป็นตัวสำคัญประการหนึ่งที่ ทำให้เกิดการกำหนดบุคลิกภาพ ของทารกนั้น แต่อย่างไรก็ตามนักฟิสิกส์ ปัจจุบันก็ยังแย้งว่า สตรีมีครรภ์ในปัจจุบันนี้ ที่ชีวิตแวดล้อมด้วยเทคโนโลยีมากมาย อย่างโทรศัพท์มือถือ โทรทัศน์ ตู้เย็น ที่กระจายคลื่น แม่เหล็กไฟฟ้า ออกมาตลอด คงมีผลกระทบมากกว่า แรงเหวี่ยงคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่เกิดขึ้นจากดวงดาวเปลี่ยนตำแหน่งเสียด้วยซ้ำไป




         อย่างไรก็ตามเราต้องยอมรับประการหนึ่งของข้อเท็จจริงที่ว่าปรากฏการณ์ในอวกาศ มีผลต่อโลกจริง เช่น แรงดึงดูดของดวงจันทร์ทำให้เกิดน้ำขึ้นน้ำลง หรืออย่างหินที่เรียกกันว่าอุกาบาตหรือ อุลกมณี ซึ่งตกมาจากนอกโลก กว่าจะได้การยอมรับจากนักวิทยาศาสตร์ ก็ต้องใช้เวลาพิสูจน์เรื่องราวอยู่นาน ผู้เชื่อถือในวิชาโหราศาสตร์(และนักวิทยาศาสตร์บางท่าน)แสดงทัศนะว่า เป็นการไม่มีเหตุผลที่จะไม่ยอมรับอิทธิพลของดวงดาว ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่ได้แสดงทัศนะแย้งว่าถ้าดวงดาวต่างๆ มีอิทธิพลต่อชะตาชีวิตชาวโลกจริง แผนภูมิดวงดาวของโหราจารย์ในยุคก่อนก็คงใช้ไม่ได้เนื่องจาก มีความคลาดเคลื่อน ไม่เที่ยงตรงอย่างในปัจจุบันการทำนายที่อาศัย แผนภูมิดวงดาวที่คลาดเคลื่อนจะถูกต้องเที่ยงตรงได้อย่างไร ? การศึกษาถึงความเป็นไปได้ของการทำนายด้วยวิชาโหราศาสตร์ได้มีนักวิจัยลองสำรวจบุคลิกภาพของคนเกิดในราศรีต่างๆ ว่าตรงกับลักษณะของคนที่ระบุในความรู้ทางโหราศาสตร์เกี่ยวกับราศรีนั้นหรือไม่ โดยนักสถิติศาสตร์และจิตวิทยาชาวฝรั่งเศสชื่อ “มิเชล โกเกอแลง” ได้ค้นพบความสัมพันธ์อันน่าทึ่ง ระหว่างอาชีพของบุคคลที่มีชื่อเสียง กับตำแหน่งของดาวเคราะห์ในเวลาตกฟาก ที่เรียกในวิชาโหราศาสตร์ ที่คำนวณอิทธิพลดวงดาวว่า “ลัคนา” แม้โกเกอแลง จะไม่ได้คาดคั้นฟันธงว่าเป็นการยืนยันความเป็นจริงของวิชาโหราศาสตร์ แต่ก็เป็นกรณีหนึ่งที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า มีดาวบางดวงที่บังเอิญมาเกี่ยวข้องอยู่เสมอ ในการสำรวจของเขาเท่านั้น ก็ตาม ความน่าเชื่อของวิชาโหราศาสตร์กลับไม่เป็นสิ่ง ยืนยันหรือชักชวนให้เกิดความเชื่อถือแต่กลับเป็นจิตใจส่วนลึกของมนุษย์เองต่างหาก ที่หวังเข้าพึ่งพิงศาสตร์นี้ เพราะความอยากได้เปรียบผู้อื่นที่ตนสามารถล่วงรู้เรื่องราวต่างๆได้ก่อน อย่างเช่นการรู้ว่าตนควรคบหุ้นส่วนแบบใด บุคคลลักษณะใดเป็นมิตรหรือฝ่ายตรงข้ามตนควรประกอบอาชีพแบบใดจึงเหมาะสม สิ่งเหล่านี้ถูกจริตของผู้คนมาแต่ไหน แต่ไรยิ่งมีการโฆษณาคำพยากรณ์ ที่เกิดขึ้นจริงกับบุคคลที่มีชื่อเสียงในสังคมก็ยิ่งโน้มน้าวใจ คนได้มาก ดังจะเห็นได้จากในปัจจุบันที่โหราศาสตร์เป็นส่วนหนึ่งของการกำหนดเรื่องราวในกิจกรรมของคนในสังคม



         แม้โหราศาสตร์ที่คาดคำนวณชะตาชีวิต จะยังไม่มีบทพิสูจน์ที่เด่นชัดถึงความเป็น ไปได้ แต่อย่างไรก็ตามศาสตร์นี้เองที่ทำให้มีการศึกษาเรื่องราวต่างๆของดวงดาว และเก็บบันทึกข้อมูลรายละเอียดวิถีการโคจรของดวงดาวมาเป็นเวลานานนับศตวรรษแม้จะเห็นว่าเป็นความเชื่อที่หาความเป็นวิทยาศาสตร์ได้ยากแต่ก็เป็นการวางรากฐานของ “ดาราศาสตร์” ที่เป็นวิทยาศาสตร์แขนงหนึ่ง

         นักจิตวิทยาให้ข้อสังเกตว่า คนที่ไปหาหมอดู ส่วนใหญ่ต้องการสร้างความมั่นใจให้ตนเองเท่านั้น แต่ประสบการณ์ที่ได้ขณะการดูหมอดูนั้นอาจทำให้ติดอกติดใจและสร้างความพึงพอใจเมื่อเกิดความเกิดเชื่อว่าตนรู้อนาคตได้ ยิ่งผู้ที่ทำนายนั้น มีลักษณะที่น่าเชื่อถือ (presstess) ก็ยิ่งทำให้เกิดความเชื่อว่าสิ่งที่ถูกทำนายนั้นจะเป็นจริง เมื่อเชื่ออย่างแน่นแฟ้น กระบวนการทางจิตสำนึกและใต้สำนึกจะปลดปล่อยพลังงาน เป็นการกระทำและเหนี่ยวนำเหตุการณ์ให้เกิดขึ้น จริงขึ้นเป็นลำดับกล่าวคือ ยิ่งเชื่อก็ยิ่งเป็นจริง !!!!

         แต่ความเป็นจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามคำทำนายดังกล่าวผู้ที่ลิขิตชะตาที่แท้จริงกลับเป็นตัวมนุษย์ผู้นั้นเองหากมีความเชื่อหรือศรัทธาที่พอเพียงนับแต่อดีตจนปัจจุบันมนุษย์ได้แสดงศักยภาพตัวตนแก่นแท้ของความเป็นมนุษย์ที่ยิ่งใหญ่ฝืนกระแสความเชื่อความคิดของสังคมในขณะนั้น แม้ฝืนธรรมชาติเองอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งเป็นไปได้และเกิดขึ้นให้เห็น การล่วงรู้อดีตและอนาคต ไม่มีประโยชน์ใดเลย หากไม่สามารถ ทำให้มนุษย์เหล่านั้น ล่วงรู้ว่า ปัจจุบันขณะ นั้น ตนต้องทำสิ่งใด เพราะการกระทำในขณะนั้นก็เป็นการลิขิตชะตาของเขาเหล่านั้นเองด้วยตัวของเขานั่นเอง…..