เทพเจ้าอะนูบิส
      ฉบับนี้คงเป็นเทพทาง อิยิปต์บ้างซึ่งเคยนำเสนอไปแล้วคือท๊อตธ์และเทวีไอซีส มาคราวนี้จะกล่าวถึงเทพเจ้าผู้มีหน้าที่ต่อจิตวิญญาณหลังความตายซึ่งทางไอยคุปต์ถือว่า เป็นการมีชีวิตอีกแบบหนึ่งเพราะรอการกลับมาฟื้นคืนในร่างเดิม ตรงนี้เป็นที่มาของการรักษาร่างกายไว้ด้วยวิทยาการยุคนั้นที่เรียกกันว่า “มัมมี่”เรื่องราวของเทพเจ้าองค์นี้จะขอแนะนำพอสังเขปน่ะครับในรายละเอียด ใครอยากรู้ก็ขอให้ใช้เป็นแนวทางค้นคว้าต่อ และอีกประการ เรื่องราวของไอยคุปต์นั้นมีการแสดงความเห็นทัศนะต่างๆองนักอิยิปต์วิทยา ซึ่งแปลวความของภาษาเฮียโรกิพพิกส์และภาษาไฮราติก ไม่ตรงกัน แม้จะมีนักภาษาศาสตร์ชาวฝรั่งเศลสามารถ หาความสัมพันธ์จากแท่งหินสีดำที่เรียกว่า"โรเสสตาสโตน"จนสามารถไขปริศนาอักษรอิยิปต์ออกจนเป็นที่ยอมรับทั่วไป แต่กระนั้นก็ดี ในบางสาระเรื่องราวก็ยังมีความเห็นที่แตกต่างกันไปบ้างในส่วนที่นำมานี้ก็เป็นเพียงความเห็นอย่างหนึ่งเท่านั้นน่ะครับ ถือเป็นแนวทางของเทพปกรณัมอิยิปต์เผื่อใครสนใจเรื่องทำนองนี้ก็ค้นคว้าต่อไป

      นับเป็นเวลานานหลายศตวรรษที่ชาวไอยคุปต์ถือว่าเทพเจ้าอะนูบิส เป็นเทพเจ้าแห่งมรณะหรือเทพเจ้าของคนตาย ต่อมา ครั้นบทบาทของเทพเจ้าโอซิริสเปลี่ยนจากเทพแห่งพืชพันธุ์ธัญญาหารเป็นเทพมรณะหรือคนตายก็กลายเป็นเทพเจ้าชั้นสูงกว่าเทพเจ้าอะนูบิส ถึงอย่างไรก็ตาม เทพเจ้าอะนูบิสก็นับว่ามีความสำคัญเกี่ยวกับพิธีฝังศพ

      สัญลักษณ์ของเทพเจ้าอะนูบิสเป็นรูปสุนัขจิ้งจอก หรือรูปคนมีหัวสุนัขจิ้งจอก แต่เท่าที่ปรากฏเป็นภาพเขียนตามผนังกำแพงหลุมฝังศพและในคัมภีร์ต่าง ๆ มักจะให้สีผิดเพี้ยนจากธรรมชาติ คือ เป็นรูปสุนัขจิ้งจอกสีดำ ซึ่งบางทีอาจแสดงความหมายว่าเป็นการเกิดใหม่ หรือบางทีอาจเป็นการระลึกถึงการใช้สารที่เป็นออกไซด์หรือยางสนสีดำกับกระบวนการทำมัมมีศพ
ในสมัยไอยคุปต์โบราณมักจะหาทำเลแหล่งที่เป็นสุสานฝังศพ หรือที่เรียกว่านีโครโปลิส ไว้ในบริเวณทะเลทราย ทางทิศตะวันตกของเมือง ทั้งนี้มาจากเหตุผลสำคัญสามประการ คือ
๑.เป็นการวางตำแหน่งสุสานขนาดใหญ่ไว้ในทะเลทราย ใกล้บริเวณที่เป็นผืนดินทำการเกษตรที่ดีมิให้สูญหายไป
๒.พื้นที่ทำการเกษตรที่อุดมสมบูรณ์เป็นสัญลักษณ์แห่งชีวิต ส่วนทะเลทรายเป็นสัญลักษณ์แห่งความตายและเป็นพื้นที่ทางธรรมชาติ ที่อาศัยของคนตายหรือผู้ล่วงลับไปแล้ว
๓.ประตูหรือทางเข้าไปยังอาณาจักรของตาย เชื่อกันว่ามีตำแหน่งอยู่ทางทิศตะวันออกขณะที่เทพเจ้าราในรูปพระอาทิตย์ตกดิน ค่อย ๆ ลอยต่ำลง และลับหายไปทางขอบฟ้าด้านทิศตะวันตกอย่างช้า ๆ เป็นประจำทุกวัน

         ตรงด้านขอบรอบนอกของทะเลทราย จะเป็นที่สุนัขจิ้งจอกอาศัยอยู่และหน้าที่ที่สำคัญประการหนึ่งของมันก็คือคอยกวาดล้างสิ่งสกปรก ซึ่งมาจากชุมชนต่าง ๆ ที่มีการลำเลียงศพคนตายเข้าไปในสุสานใกล้เขตที่อยู่อาศัยของมันเสมอ ด้วยเหตุนี้มันจึงมีความสัมพันธ์กับคนตายอย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น บริเวณพื้นที่สำคัญที่นับถือเทพเจ้าอะนูบิสอีกแห่งหนึ่งก็คือ เมืองโนม (มณฑลที่ ๑๗) ทางเขตไอยคุปต์ตอนบน เป็นเมืองหลวงซึ่งชาวกรีกให้ชื่อใหม่ว่า ไวโนโปลิส หรือที่เรียกว่า “นครแห่งสุนัข”

         ตามตำนาน เล่าว่าเทพเจ้าอะนูบิสเป็นผู้ดองมัมมี่พระศพของเทพเจ้าโอซิริส ด้วยเหตุนี้จึงกลายเป็นเทพเจ้าประจำของผู้ทำหน้าที่ดองมัมมีศพของชาวไอยคุปต์ตลอดมาชื่อของเทพเจ้าอะนูบิสอีกชื่อหนึ่งก็คือ “เทพเจ้าประจำพลับพลาที่ศักดิ์สิทธิ์” ซึ่งหมายถึงสิ่งก่อสร้างภายในแต่ละวิหาร ซึ่งมีพิธีกรรมทำมัมมีศพ ในช่วงประวัติศาสตร์ตอนต้น พิธีกรรมเกี่ยวกับเทพเจ้าอะนูบิสมักจะเป็นพิธีกรรมสำหรับฟาโรห์เท่านั้น แต่ครั้นเวลาผ่านไปเทพเจ้าอะนูบิสได้กลายเป็นเทพเจ้ามรณะหรือเทพเจ้าของคนตายของสมาชิกครอบครัวในชุมชนต่าง ๆ ของชาวไอยคุปต์ทุกแห่ง


         ในกรณีที่ตายแล้วเชื่อกันว่าผู้ตายจะต้องได้รับคำพิพากษา หลังจากทดสอบกรรมเก่าเพื่อเข้าไปสู่โลกใหม่หรือโลกแห่งวิญญาณ ในการทดสอบ เทพเจ้าอะนูบิสจะนำหัวใจของคนตายไปชั่งเปรียบเทียบกับขนนก ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเทพีแม็ต เทพีแห่งสัจจธรรม เทพเจ้าท็อต ซึ่งยืนอยู่ใกล้ ๆ จะทำหน้าที่บันทึกผลการทดสอบผู้เข้ารับการทดสอบ หรือวิญญาณของคนตายจะไปยืนต่อหน้าสภาเทพและเทวีรวมจำนวน ๔๒ องค์ หากวิญญาณคนตายผ่านการทดสอบก็จะได้รับประกาศว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ ผ่านการตัดสินแล้วเทพเจ้าฮอรัสก็จะพาไปเข้าเฝ้าเทพเจ้าโอซิริส ซึ่งประทับนั่งอยู่บนบัลลังก์โดยมีเทพีไอซิส และเทพีเนปทิสประทับอยู่ใกล้ๆ ทั้งสองข้าง แล้วเทพเจ้าโอซิริสก็จะพิพากษาให้ไปสู่โลกแห่งวิญญาณใหม่
ในกรณีที่วิญญาณของคนตายไม่ผ่านการทดสอบ ก็จะถูกลงโทษอย่างโหดร้ายทารุณ โดยจะกลายเป็นเหยื่อสัตว์ร้ายเบ็บบี ซึ่งมีหัวเป็นจระเข้ ลำตัวเป็นสิงโตและส่วนหลังมีลักษณะคล้ายฮิปโปโปเตมัส

         เทพเจ้าที่มีความสัมพันธ์กับเทพเจ้าอะนูบิสก็คือ เทพเจ้าวัปวาเว็ต ซึ่งเป็นเทพเจ้าสำหรับคนตายเช่นเดียวกัน เทพเจ้าทั้งสองนี้มีลักษณะคล้ายคลึงกันมากคือ มีหัวเป็นสุนัขจิ้งจอกแต่เทพเจ้าอะนูบิสมีหัวสีดำ ส่วนหัวเทพเจ้าวัปวาเว็ตเป็นสีขาว
เหล่านี้คือบางส่วนของเรื่องราวเทพเจ้าแห่งชีวิตหลังความตายคือเทพเจ้าอนูบิสที่นำมาเป็นเค้า ใครสนใจก็หาข้อมูลตามห้องสมุด ค้นคว้าต่อไปได้ครับ...