นกถึดทือ
         นกถึดทือเป็นนกหากินกลางคืนมีลักษณะอย่างที่รู้จักกันว่า “นกเค้าเเมว” หรือ “นกเก๊า”หรือ “ปูทิด”(ลานนา)ซึ่งเมื่อก่อนพบได้ทั่วๆ ไป และจัดเป็นคนละพวกกับนกแสกที่อาจมีลักษณะคล้ายกัน ซึ่งคติที่ถือเรื่องนกทั้งสองพวกนั้น ต่างกันราวฟ้ากะดิน คือ “นกแสก” เป็นสัญลักษณ์ของ “พระยม” ซึ่งรู้ๆ กันอยู่ว่า ไม่มีใครอยากจะยุ่งกะท่านนักเพราะเป็นเทพเจ้าแห่งความตาย ดังจะเห็นเทวรูป(แบบไทย) จะทำรูปพระยมขี่นกแสก อยากรู้ก็ไปดูเอาในหมู่เทวรูปที่ศาลหลักเมืองกลาง กทม. นี่ล่ะหลักฐานที่ดีเลย ความที่เจ้านกแสกเป็นสัตว์พาหนะ พระยมเทวราชก็เลยกลายเป็นสิ่งบอกเหตุในทำนองนั้นด้วย(ซึ่งมันคงไม่รู้เรื่องรู้ราวด้วยหรอก) นกแสกร้องยามค่ำคืนก็เลยกลายเป็นสิ่งที่เรียกว่าลาง ที่จัดอยู่ในอวมงคล แบบที่เรียกว่าอุบาทว์พระยม - พระยมบอกเหตุ) ต้องทำพิธีกันยกใหญ่ก็ขอข้ามไปนะ ส่วนที่คล้ายๆกันคือเจ้านกเค้าแมวหรือบางทีเรียกนกถึดทือ นี่กลับความหมายที่ตรงข้ามกันเทียวล่ะคือเป็นสัญลักษณ์ของการทำมาหากินที่คล่องตัวไม่ฝืดเคือง

          ซึ่งคตินี้อินเดียเองก็ถือว่านกเค้าแมวมีความเกี่ยวพันกับพระลักษมีเทวี แห่งความมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์ ซึ่งในปางที่เกี่ยวกับการให้ผลทางอุดมสมบูรณ์ทางพืชพันธุ์ก็จะมีเจ้านกเค้าแมวประกอบอยู่ด้วยในภาพจิตกรรมที่เขียนขึ้นเสมอๆ ที่นี้เจ้านกเค้าแมวหรือนกถึดทือในคติชาวสยามเรานั้นมีมานานแล้วแต่เป็นวิชาที่หวงกัน หรือบาทีก็อาจมองข้ามเนื่องจากฟังชื่อดูพิลึกๆ แปลกแต่จริงที่ได้ผลดีที่คล่องตัวไม่ฝืดเคืองอย่างสายหลวงปู่ศุข วัดมะขามเฒ่า ก็จะมีคาถาหัวใจนกถึดทือ ใช้อยู่อย่างท่านสมุห์กลับแสงเขียว(ศิษย์ใกล้ชิดหลวงปู่ศุขวัดปากคลอง มะขามเฒ่า) ก็ยัง ลงอักขระหัวใจนกถึดทือดังกล่าวในกระป๋องใบชา ท่านว่าคนมาหาดีนัก ส่วนคติลานนา นั้นคุณหนานบุญ เจ้าตำรับพระเวทเมืองงาช้างดำก็กำลังบรรยายอยู่ ซึ่งยืนยันได้ดีว่า “นกเก้า” หรือ “นกถึดทือ” ในแง่คติคาถาอาคมนั้นมีมานานแล้วโดยแพร่หลายในภาคกลาง เหนือ อีสาน ที่ไม่ใช่วิชายกเมฆ ซึ่งบางท่านที่เพิ่งศึกษา มาไม่นานอาจเห็นว่าไม่มี อย่างหนังสือฉบับหนึ่งก็เคยปล่อยไก่ทั้งเล้าเลย เพราะไปวิจารณ์เรื่องวิชานกถึดทือแบบไม่รู้เรื่องรู้ราวทำเอาวงการไสยศาสตร์ไทย ได้ตลก

         กเขียนท่านหนึ่งบรรจุไว้ในทำเนียบ เพราะไปวิจารณ์ว่านกถึดทือที่สำนักหนึ่งมีการสร้างขึ้นว่าดูตลก ทั้งๆที่เคล็ดวิชาสำคัญของวิชานี้คือ รูปที่สร้างขึ้นต้องดูตลก เพราะรูปที่เป็นปัจจัยให้นาม (ความศักดิ์สิทธิ์) มาประจุนั้นมีส่วนสำคัญ คือรูปที่ดูตลกน่ารัก ทำให้จิตของผู้ใช้เหนี่ยวหน่วงสู่อารมณ์ปิติที่เป็นจุดมุ่งหมายของวิชาได้โดยตรงนั่นเอง แล้วมั่วไปเอานกถึดทือไปปนกะนกแสกที่มันคนละเรื่องเลย ต่อมามีเกจิอาจารย์หลายท่านเริ่มสร้างนกถึดทือ ออกมาประดับวงการเครื่องรางของขลังบ้าง นักเขียนท่านนั้นก็เลยดูจะซึมๆ ไปเพราะเรื่องวิชานกถึดทือ ที่เอาไปเขียนกลายเป็น ความหลงผิดที่น่าเห็นใจที่พูดในสิ่งไม่รู้(มั่วนิ่ม)กลายเป็นวิชา ปล่อยไก่หมดเล้าไป นี่ดีนะ ตอนนั้นยังไม่มีไข้หวัดนกระบาด ไม่งั้น ยุ่งเลย(อิอิอิ..)



         คาถานกถึดทือหรือนกเก๊านั้นมีหลายตำรับทั้งลานนาที่คุณหนานบุญนำมาเผยแพร่ก็จะขอนำคาถานกถึดทือ แบบภาคกลางมาแนะนำบ้างซึ่งเป็นคาถาที่ได้ผลดี คือทั้งกันแก้คุณไสย กันสัตว์เขี้ยวงาทำร้าย ทั้งส่งเสริมเรื่องทำมาหากิน โดยโบราณาจารย์ได้ถอดความจาก “กรณียเมตตาสูตร” ซึ่งชื่อก็บอกอยู่เเล้วว่าอานิสงค์ของเมตตา ที่มีถึง ๑๑ ประการทีเดียวคาถาทำนองนี้ ท่านอาจารย์เทพย์ สาริกบุตร ปรมาจารย์ทางไสยศาสตร์ได้เคยนำมาเผยแพร่ในตำราของท่านและมอบให้ลูกศิษย์ลูกหาไปใช้หลายคนไปใช้ ซึ่งได้ผลดี ผู้เขียนเองก็เคยให้คนที่สนใจลองไปใช้ ก็กลับมารายงาน เล่นเอา งง ทีเดียวคือพวกเอาไปเล่นไพ่ (การพนันเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ) กลับมารายงานว่าได้ผล แต่พอลุกแล้วกลับมา แล้วเสร็จเจ้ามือ อันนี้ไม่วิจารณ์นะ ความรู้ตรงนี้พอมีแต่ไม่ส่งเสริม มนต์นกถึดทือนี้เท่าที่ใช้กันคือส่งเสริมเรื่องทำมาค้าขายหากินและนักร้องหรือผู้ทำงานค่ำคืนก็ดูจะต้องโฉลกเป็นพิเศษทีเดียวคาถานี้ผู้หญิงถือไว้ก็ดีนะเพราะมนต์นี้จัดเป็นส่วนหนึ่งของ “พระปริตร” มีคุณไม่มีโทษ วิชานี้ยังกันทำเสน่ห์มายาได้ด้วยนะ นี่ถ้าไม่รักกันจริงไม่บอกนะเนี่ย

          สำหรับมนต์นกถึดทือในฉบับนี้ ที่ถอดมาจาก กรณียเมตตาสูตร เป็นหนึ่งใน สัตตะปริตรมนต์ มีว่า
“อุชูจะ สุหุชูจะ สุวะโจจัสสะ”
แปลว่า “พึงเป็นผู้อาจหาญซื่อตรงดี เป็นผู้ว่าง่ายอ่อนโยน” เรียกว่าดีทั้งเนื้อหา และ ความเป็นมนต์เลย
        โบราณท่านว่า “ท่องเป็นขนมเลย” หมายความว่าท่องเป็นประจำแบบการถือกรรมฐานอย่างหลวงพ่อฤาษีลิงดำท่านว่าและการท่องต้องทำใจอย่างกินขนมก็คือเราต้องมีปิติและมีฉันทะ กับคาถานั้นด้วย อย่างกับการกินขนมที่เรารู้สึกอร่อยพอใจกับรสชาติของมัน(อันนี้เขาเปรียบเทียบนะ) มนต์มันจึงจะขลัง ความศักดิ์สิทธิ์ ต้องศรัทธาเชื่อถือแล้วทำให้ถูกทางด้วย สำหรับมนต์บทนี้ มีวิธีใช้มาก อย่างป้องกันสัตว์เขี้ยวงาทำร้าย ภาวนาเป็นเมตตามหานิยม กันเขาสะกดทำร้าย ผู้หญิงถือไว้ดี อย่างน้อยก็คือหัดเจริญสมาธิ พอมีสติเวลาภัยมาก็เอาตัวรอดได้


         ในฉบับนี้ก็มีเครื่องรางประชาสัมพันธ์ศาสตร์ ก็คงเดิมเป็นนกถึดทือน่ารักมวลสารมากมายอย่างว่านทางเมตตา ดินมงคล กาฝากไม้มงคลอย่างที่ที่เรียกว่ากาซ้อนกา (เอาไว้ขยายทีหลัง) มวลสารอีกมาก ซึ่งก็ไม่รู้ว่า จะบอกไปทำไมอย่างเขาอื่นเพราะ คนอ่านก็ไม่รู้จะไปวิจัยพิสูจน์กันยังไงเดี๋ยวจะเป็นนิทานไป เอ้าก็คิดกำนลตัวละ ๓๒.- บาท รายได้ก็ไม่เข้าพกเข้าห่อเข้ากิจกรรมการกุศล เห็นๆอยู่ ถ้าไม่จริงท่านอาจารย์ ประคอง รุ่นเจริญ ผู้ทรงอธิจิตในวิชาเข็มทองสายหลวงพ่อพิมพ์ มาลัยที่สะท้านแผ่นดิน ยังร่วมสมทบทุนการกุศลกับอุณมิลิต ถึงแสนกว่าบาทแล้ว ตรวจสอบยอดบัญชีกองทุนอุณมิลิตเพื่อสงฆ์อาพาธ ซึ่งรพ.สงฆ์เป็นผู้ถือเงินดูได้ครับ สำหรับอันนี้ยืนยันว่าออกทุนให้แบบเข้าเนื้อออกแดงเถือกทุกงวดเห็นใจนิตยสารที่เขาตั้งใจทำเพื่ออนุรักษ์

นกถึดทือ เครื่องรางจากคาถาขลัง

วิหคราตรีที่โบราณาจารย์นำคติมาเสกสรรสร้างเครื่องรางมากมายทั้งผ้ายันต์
ตะกรุด และเครื่องรางอื่นๆ อย่างสายวัดปากคลองมะขามเฒ่าท่านสมุห์กลับ
แสงเขียวก็ยังใช้อักขระหัวใจนกถึดทือ จารในกระป๋องใบชาเพื่ออุปฐากตาม
ควรแก่สมณานุรูป เป็นของดีที่โบราณจารย์นับถือกันนักหนาว่าดีเด่นทาง . ทำมาหากิน เมตตาโภคทรัพย์ ทั้งป้องกันกระทำชะงัดนักแล
ในคอลัมน์อาคมถมถนำนี้ ได้จัดสร้างเพื่อการประชาสัมพันธ์ศาสตร์
ด้วยมวลสารมงคลมากมายอาทิ กาฝาก ๑๐๘ ผงว่านมงคล ผงดินศักดิ์สิทธิ์ ฯลฯ
ที่ได้ไหว้ดีพลีถูกนำมาจัดสร้างเพื่อเป็นบรรณาการแก่ผู้สนใจคอลัมอาคมถมถนำ
โดยประจุมนต์ในรูปนกถึดทือลอยองค์เนื้อผง แบบที่น่ารักน่าชังใช้ติดตัวเป็นคติรำลึกถึงมนต์นกถึดทืออันศักดิ์สิทธิ์โดยประจุมนตราตามโบราณศาสตร์หากศรัทธาตามเหตุอันควรย่อมมีผลตามตำรา เผยแพร่เฉพาะผู้ที่สนใจในศาสตร์เนื้อแท้เท่านั้นในกำหนด
อัตรากำนล ตัวละ ๓๒.-บาท
(ต่างจังหวัดเพิ่มค่าจัดส่งลงทะเบียน๕๐.บาทต่อสามรายการ)
สนใจสอบถามที่๐๒-๒๔๖๙๒๖๗
ต่างจังหวัดต้องการให้จัดส่งธนาณัติ นามคุณวีระวิทย์ คำพับ สั่งจ่าย ปณฝ. ประดิพัทธ์มาที่ ตู้ปณ. ๒๒ ปณฝ. ประดิพัทธ์ กทม. ๑๐๔๐๔
(โปรดทำตามกติกา)

         โดยยกค่าเขียนเรื่องเป็นค่าทุนทำของประชาสัมพันธ์ให้เพราะรักในวิชาโบราณเหล่านี้โดยจะไม่อวดอ้างสรรพคุณว่าดีเลิศวิเศษ กว่าเขาอื่น เอาเป็นว่าทำตามที่รู้หาก เห็นว่าดีมีคุณ ก็รับไปก็เท่านั้น เชื่อก็เอาไป ไม่เชื่อก็อย่าเอา(ไม่เปลืองดี) คอลัมน์นี้ไม่ส่งเสริมความงมงาย อันนี้ไม่ได้หยิ่งนะเดี๋ยวเอาไปเป็นประเด็นอีกคือมันรำคาญ พวกมือไม่ พายเอาเท้าราน้ำนะจะบอกให้หากท่านใดสงสัยก็สามารถเขียนจดหมายมาสอบถามได้ แต่ไม่ควรตีความเอง คิดเองเออเอง มันอาจไม่ใช่อย่างที่คิดทั้งหมด