![]() |
| พุทธอุทยานธรรมโกศล |
บทความนี้เพื่อทบทวนเหตุการณ์สำคัญในอดีตที่เคยปรากฏปาฏิหาริย์ ประการหนึ่งของดวงพระวิญญาณพระเถระที่มีความศักดิ์สิทธิ์อย่างยิ่งซึ่งทำให้เกิดปรากฏการณ์ขึ้นในมิติแห่งวงการอาคมเครื่องรางของขลังเมื่อราวห้าสิบปีก่อนและ ประจวบกับเกิดเหตุประหลาดประการหนึ่งได้เกิดขึ้นกล่าวคือ คุณอัมรินทร์ บรรณาธิการได้ฝันว่าไปพบ พระเถระรูปหนึ่ง ซึ่งไม่เคยพบเห็นมาก่อน ได้นำมาเล่าให้กองบรรณาธิการฟังทีแรกก็คิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาของความฝันที่ไม่อาจเป็นจริงได้ แต่เมื่อทบทวน พิจารณาอักขระเลขยันต์ ที่ท่านพระภิกษุรูปนี้ได้แสดงให้ปรากฏ แก่คุณอัมรินทร์ (ซึ่งไม่เคยรู้จักเรื่องราวใดใดของพระเถระรูปนี้เลยและไม่คิดว่าเกี่ยวข้องประการใดกับทางอุณมิลิตจนกระทั่งทีมงานอุณมิลิตท่านหนึ่งยอมรับว่าเป็นศิษย์ในสายนี้และเคารพบูชาท่านหลวงปู่เผือกมาก) และจากลักษณะรูปพรรณของท่านช่างละม้ายคล้ายกับท่านพระเถระรูปนี้เสียเหลือเกินเป็นปัญหาคาใจ จนกระทั่งหลังจากนั้นหนึ่งสัปดาห์ต่อมา เมื่อทางทีมงานไปกราบท่าน หลวงพ่อสาลีโขหรือ พระอาจารย์สมภพ เตชะปุญโญ ที่อุทยานธรรมโกศล ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานีโดยเดินทางไปพร้อมกับกับคณะนายทหารอาทิท่าน พอ.กฤษณีริน เบ้าลี (สำหรับเรื่องราวของท่านพระอาจารย์สมภพหรือหลวงพ่อสาลีโขนี้ หลายท่านที่คร่ำหวอดในวงการคาถาอาคมและเครื่องรางของขลังคงเคยได้ยินกิตติศัพท์ของท่านเป็นอย่างดีว่าเป็นผู้ทรงความรู้ และยิ่งยวดในสรรพวิทยาเพียงใด) ในการไปกราบท่านพระอาจารย์สมภพครั้งนี้ก็ได้ทราบว่า ทางพุทธอุทยานธรรมโกศล กำลังพัฒนาปรับปรุงก่อสร้างถาวรวัตถุเพื่อประโยชน์ในพระศาสนา ต่อไปในอนาคต ซึ่งปัจจุบันได้มีคณะนายทหาร นายตำรวจ ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองและศิษยานุศิษย์ของหลวงพ่อสาลีโข มาให้การสนับสนุนร่วมมหากุศลในครั้งนี้ก็อาจสำเร็จได้แต่อย่างไรก็ตามการก่อสร้างอุทยานธรรมโกศลครั้งนี้เป็นไปเพื่อสาธารณะประโยชน์จึงอยากให้สาธุชนทั้งหลายได้มีส่วนร่วมหว่านต้นบุญในเนื้อนาบุญแห่งนี้ด้วยจึงรับอาสาเป็นสื่อกลางเผยแพร่กิจกรรมพุทธอุทยานธรรมโกศล ให้ ซึ่งท่านพระอาจารย์สมภพ ก็อนุโมทนาในกุศลจิต และขากลับได้เช่าบูชาพระรูปเหมือนท่านหลวงปู่เผือกหรือ พระครูธรรมโกศลเถระ มาหนึ่งองค์ พอกลับมาที่สำนักงาน คุณอัมรินทร์เห็นเข้าก็ บอกได้ว่า พระเถระที่ฝันเห็นนั้นเป็นองค์เดียว กับรูปหล่อหลวงปู่เผือก ที่บูชามาอย่างแน่นอน จึงยิ่งทำให้ตระหนักถึงกตเวทิตาคุณที่ต้องมีต่อบูรพาจารย์ที่ต้องร่วมแรงร่วมใจต่อการผลักดันการก่อสร้างอุทยานธรรมโกศล ให้สำเร็จสมดังเจตนารมณ์ของบูรพาจารย์ทุกประการ กับการนี้ก็ต้องการเผยแผ่กิตติคุณแห่งองค์ท่านหลวงปู่เผือก หรือท่านพระครูธรรมโกศลเถระ ตลอดจนเรื่องราวของท่านหลวงพ่อสาลีโข หรือพระอาจารย์สมภพ เตชะปุญโญ ให้อนุชนรุ่นหลังได้รู้จัก จึงขอนำพาท่านผู้อ่านอุณมิลิตย้อนอดีตสู่เรื่องราวตำนานอันเป็น ที่มาแห่งการก่อสร้างพุทธอุทยานธรรมโกศล โดยค้นคว้าจากบทความเก่า ของท่านผู้ใช้นามว่า ศิษย์สาลีโข มาบันทึกไว้. ***เสียงพระภิกษุสวดปาฏิโมกข์ดังกระหึ่มไปทั่วพระอุโบสถวัดสาลีโข การทำวัตรเย็นดำเนินไปจนกระทั่งจบสิ้น ทันใดนั้นร่างของภิกษุหนุ่มนามว่า พระภิกษุสมภพ เตชะปุญโญ ก็สั่นเทิ้มแล้วเปลี่ยนแปลงเป็นสภาวะของคนแก่ที่มีอายุมากหลังค่อมและสุ้มเสียงก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เสียงที่ดังออกจากปากนั้นพอจับความได้ว่า ข้าคือพระครูธรรมโกศล หรือหลวงปู่เผือก ปฐมสมภารแห่งวัดสาลีโข แม้มรณภาพแล้วแต่ดวงวิญญาณข้าไม่ไปไหนห่วงวัดที่ได้สร้างมาที่ขาดการทนุบำรุงจนมีสภาพที่เศร้าหมองเหตุใดไม่มีใครคิดกอบกู้สถานการณ์ เมื่อดวงวิญญาณแห่งท่านพระครูธรรมโกศลได้ออกจากร่างของพระภิกษุสมภพแล้วบรรดาพระสงฆ์ในวัดต่างก็แตกแยกความเห็นกันเป็นสองอย่าง ฝ่ายหนึ่งเชื่อว่านั่นเป็นดวงวิญญาณของอดีตเจ้าอาวาสวัดสาลีโข แต่อีกฝ่ายหนึ่งกล่าวว่าไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นจริง ![]() จากนั้นมาไม่ว่าจะเป็นที่กุฏิหรือในพระอุโบสถดวงวิญญาณของท่านพระครูธรรมโกศลก็มาสถิตย์ในร่างของพระภิกษุสมภพเป็นประจำ ทุกครั้งจะเขียนอักขระเลขยันต์เอาไว้เป็นหมวดหมู่ เรียกว่าการถ่ายทอดตำรับแห่งวิชาการเพื่อให้พระภิกษุสมภพได้เล่าเรียนหลังจากวิญญาณหลวงปู่เผือกได้ออกจากร่างไปแล้ว นอกจากทางเจ้าอาวาสคือหลวงพ่อจำปาแล้วยังมีพระสงฆ์ที่เกี่ยวข้องกับวัดสาลีโขและทางเจ้าหน้าที่บ้านเมืองอันเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ได้ร่วมกันตรวจสอบหาข้อยุติในเรื่องนี้อย่างเต็มที่ทุกวิธีการ แต่ผลก็คือไม่อาจจับข้อผิดพลาดหรือสามารถหาเหตุผลมาทำลายล้างได้เลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเสาะหาผู้เฒ่าผู้แก่ที่เกี่ยวข้องกับวัดสาลีโขมาตั้งแต่สมัยปู่ย่าตาทวดมาจนลูกหลานต่างก็ยืนยันเป็นสัจจะว่า ผู้สร้างวัดสาลีโขขึ้นมาก็คือ หลวงปู่เผือกอันเป็นปฐมสมภารแห่งวัดสาลีโขนั่นเอง เมื่อทุกอย่างเป็นที่กระจ่างแล้วดวงวิญาณของท่านพระครูธรรมโกศลซึ่งไม่ยอมเผยเรื่องราวแห่งความเป็นมาก็ได้เผยความลับทั้งหลายแหล่ออกมาจนหมดสิ้น
พระเถระห้าแผ่นดิน ท่านพระครูธรรมโกศลเดิมมีนามว่า เผือก โยมมารดาชื่อทองดี โยมบิดาเป็นชาวจีนชื่อจั๊ว เป็นชาวเมืองกรุงเก่า (กรุงศรีอยุธยา) มีเคหะสถานอยู่ข้างวัดพุทไธสวรรย์ ถือกำเนิดเมื่อวันอาทิตย์ ขึ้น ๓ ค่ำ เดือนอ้าย ตรงกับปีชวด พุทธศักราช ๒๒๙๙โยมบิดาเป็นช่างเหล็กที่ชาวบ้านยกย่องว่ามีฝีมือในการตีดาบและในการทำเครื่องมือกสิกรรมต่าง ๆ ได้เป็นยอดเป็นที่ยอมรับของคนทั่วไป เมื่อหลวงปู่เผือกถือกำเนิดนั้นมีผิวพรรณขาวผิดกับชาวบ้านทั่วไปในละแวกนั้น โยมมารดาจึงให้นามของท่านว่า เผือก อันมีความหมายของช้างเผือกมาเกิดในตระกูลนั่งเองเนื่องจากหลวงปู่เผือกมีอุปนิสัยน้อมนำไปในทางธรรมโยมบิดามารดาจึงนำไปบรรพชาเป็นสามเณรอยู่ในวัดพุทไธสวรรย์ อันเป็นวัดที่สร้างขุนศึกและแม่ทัพนายกองเป็นกำลังสำคัญของแผ่นดินศรีอยุธยามาโดยตลอด ทั้งยังเป็นวัดที่เป็นต้นกำเนิดแห่งตำราพิชัยสงครามและยุทธวิธีต่าง ๆ ในการรบรวมไปถึงเพลงดาบอันลือนาม .....(โปรดติดตามตอนต่อไป) |