![]() |
ธรรมมหาจำเริญ |
ความรักอันยิ่งใหญ่มหัศจรรย์แห่งแรงครู ปรากฏการณ์จริง เมื่อ วันจาตุรงคสันนิบาต ... !!! . .... .ก่อนที่ท่านจะอ่านบทความนี้ในกระแสเนื้อความตามที่เขียนไว้ของหัวข้อคอลัมน์ ผู้เขียนขอแจงสาเหตุของการเขียนคอลัมน์นี้ขึ้น เนื่องจาก ประทับใจและสะเทือนใจอย่างที่สุด กับเรื่องราวที่ได้ประสบมากับตัวที่ปาฏิหาริย์อย่างยิ่งทั้งพร้อมประกาศกับทุกผู้คนว่า ยอมรับนับถือพระเถระที่จะกล่าวถึง คือ ท่านพระครูโพธิคุณสถิต วัดโพธิ์ชัยนิมิตร อ. พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม อย่างหมดหัวใจ เพราะตระหนักถึง คุณธรรม และน้ำใจอันเปี่ยมล้นด้วยความรัก ความเมตตาปรานี ที่ท่านมีต่อศิษยานุศิษย์จนแม้วาระสุดท้ายในขณะที่ท่านจะละสังขาร ท่านก็ยังรักษาสัจจะ และทำหน้าที่ของ ครู และ หลวงปู่ ได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์จนน่าอัศจรรย์ใจ คุณธรรมและความดีงามของพระเถระท่านนี้ไม่อาจจะหาถ้อยคำใดใดมาสรรเสริญ หรือบรรยายได้ครบถ้วน จึงกล้ากล่าวว่า ท่านคือ พระแท้ หัวใจเพชร เป็นหนึ่งไม่มีสองในแผ่นดิน
คุณคมเดช เรียกอาจารย์ของเขาว่า หลวงปู่ทองสุข จากการโทรมาคุยแลกเปลี่ยนความรู้ต่างๆกับผู้เขียน ในหลายครั้งที่เป็นเรื่องลึกๆที่ไม่คิดว่าจะตอบได้ เขาก็สามารถแก้ไขปริศนาได้อย่างน่าอัศจรรย์ โดยทราบเพียงว่า ผู้แก้ไขปริศนาให้ก็คือ ท่าน หลวงปู่ทองสุข นี่เอง ผู้เขียนยอมรับว่าเลื่อมใสในความรู้ของหลวงปู่ทองสุข อย่างมากคิดว่าคงได้ไปกราบท่านและสามารถรับใช้ทำอะไรเพื่อท่านได้บ้าง และแล้วโอกาสก็มาถึงในคราวหนึ่งที่สนทนาวิสาสะกับคุณคมเดชก็ทราบว่า ท่านหลวงปู่ทองสุข ปรารภกับคุณคมเดช (ซึ่งได้ประกาศตนเป็นโยมอุปฐากแล้ว จึงไม่ผิดพระธรรมวินัย) ว่า ท่านกำลังจะละสังขารในเวลาไม่นานนี้ และมีสิ่งหนึ่งที่ท่านคิดจะทำมานานแล้ว แต่ยังไม่ได้ทำ ซึ่งหากทำได้สำเร็จแล้วสิ่งนี้จะเป็นสิ่งแทนตัวท่าน (ท่านปรารภอย่างนี้จริงๆนะครับ) ในยามที่ท่านละสังขารไปตามกฎธรรมดาโลกสิ่งนี้จะเกิดคุณประโยชน์ต่อไปเบื้องหน้าอย่าง
ทำการปลุกเสก โดยท่านหลวงปู่ทองสุข สองวาระคือ ๒๙ ม.ค. ๒๕๕๒ และ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ (ที่วัดโพธิชัยนิมิต ตรงกุฏิของท่าน มีสักขีพยานหลายท่าน) ในระหว่างนั้น ท่านได้มอบให้ สหายธรรมของท่าน ซึ่งเป็นอาจารย์ฆราวาส(ท่านให้สงวนนาม) ผู้รอบรู้สรรพวิชา แม้วิชาลี้ลับจากถ้ำวัวแดงของแท้ๆ ท่านก็เรียนมาอย่างพร้อมมูล ถือเป็นผู้ทรงวิชาและภูมิทางจิตในระดับสุดยอดท่านหนึ่ง และศิษย์ใกล้ชิดหลวงปู่ทองสุขร่วมกันประจุวิชา (ระหว่างวาระที่๑และ๒ ) โดยลงธาตุแก้ววิชา ทีละเหรียญ (ถือว่าอัดวิชาทีละเหรียญ) จากนั้นได้กำหนด พิธีสมโภชเหรียญกงจักร (ซึ่งหลวงปู่ทองสุข ท่านเรียกว่า เหรียญธรรมมหาจำเริญ) ในวันที่๙ ก.พ.๒๕๕๒ ซึ่งเป็นวันมาฆบูชา ถือเป็นเสร็จพิธีสร้างเหรียญธรรมมหาจำเริญของท่าน ขอเล่าย้อนหน่อยคือก่อนหน้านั้น ที่เหรียญชุดแรก(เงิน-นวโลหะ)จะเสร็จ หลวงปู่ทองสุข ให้คนมาตามคุณคมเดชไปพบบอกว่า เหรียญเสร็จหรือยัง? ท่านเหลือเวลาแค่สามวัน(สังขาร) ทนไม่ไหวแล้ว (ซึ่งแสดงว่าท่านรู้วาระล่วงหน้า) คุณ คมเดช ตอบว่าจะเสร็จแล้ว ขอให้หลวงปู่รอก่อน และรีบโทรหาผู้เขียน ซึ่งก็เร่งรัดอย่างที่สุด พอโรงงานปั๊มเหรียญเปิดหลังจากปิดตรุษจีน ก็รีบไปที่โรงหลอม รีดชนวน และปั๊มเหรียญนวโลหะและเหรียญเงินชุดแรกอย่างเร่งด่วนทุกอย่างเสร็จในวันเดียว(๒๗มค๕๒) วันรุ่งขึ้นส่ง EMS. ไปมหาสารคาม (ท่านได้อธิษฐานจิตเหรียญเงิน และเหรียญนวโลหะเมื่อ๒๙ มค.๕๒ ทันทีที่คุณคมเดชรับพัสดุก็ไปให้ท่านอธิษฐานจิตเลย และแจ้งให้ท่านทราบว่า เหรียญ ส่วนที่สองจะตามมาในอีกหนึ่งสัปดาห์ หลวงปู่ทองสุขท่านต้องอดทนดำรงสังขารเพื่อทำตามสัจจะและโปรดลูกศิษย์ที่ท่านรักเมตตาอย่างที่สุดเป็นครั้งสุดท้าย แบบสุดกำลังกายสุดชีวิต แม้จะไม่มีใครรู้มากนักแต่เป็นเรื่องจริงที่เทพยดาฟ้าดินรับรู้ และไม่อาจเปลี่ยนเป็นเรื่องราวอย่างอื่นได้เลย นอกจาก ความรัก ความบริสุทธิ์ใจอย่างเปี่ยมล้น ที่เกิดจากดวงใจอันยิ่งใหญ่ของหลวงปู่ทองสุข หลังจากที่ท่านจัดการสั่งความเรื่องต่างๆในวัดเสร็จแล้ว ท่านได้อาพาธหนักมากขึ้นถึงขนาดไม่หายใจ ต้องนำส่งโรงพยาบาลประจำจังหวัดมหาสารคาม ทุกคนคิดว่า ท่านต้องละสังขารในครั้งนี้แน่ กรรมการวัดถึงกับนำรูปของท่านไปอัดภาพขยายเตรียมไว้เพื่อตั้งหน้าศพ เลยทีเดียว แต่สองวันหลังจากนั้นท่านก็อาการดีขึ้น คุณคมเดชถึงกับบอกว่า ท่านกำลังสู้กับอะไรสักอย่างหนึ่ง ในวันสมโภชเหรียญ (๙ กพ.๕๒) ก็เกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้นคือเกิดการเลื่อนเวลาทำพิธีขึ้น เนื่องจาก พระภิกษุที่ร่วมประกอบพิธีต้องทำพิธีทางศาสนาเนื่องจากเป็นวันมาฆบูชา จึงเลื่อนเวลาจากกำหนดเดิมบ่ายสามโมงเย็น เป็น สามทุ่มตรง ซึ่งมิได้บอกกล่าวท่านหลวงปู่ทองสุข เพราะต่างเห็นว่าท่านอาพาธหนักมากเพียงยืนยันกับท่านว่า วันนี้ (๙ ก.พ.๕๒) จะสมโภชเหรียญเท่านั้น เมื่อถึงเวลา สมโภช คณะศิษย์ได้นิมนต์พระภิกษุ จำนวน ๙ รูปสวดธรรมจักร และพระปริตสิบสองตำนาน สมโภชเหรียญ มีผู้ร่วมพิธีเป็นศิษย์สายหอพระ เกือบครึ่งร้อยเป็นสักขีพยาน อย่างไรก็ตามการจัดพิธีครั้งนี้ไม่ได้บอกกล่าวอย่างเอิกเกริกถือ เป็นพิธีใน มิได้บอกกล่าวคนภายนอก แต่ทุกคนก็พร้อมใจมาเพื่อสนองคุณครูบาอาจารย์ของพวกเขา พิธีเริ่ม ๒๑.๐๐ น. พระสงฆ์เริ่มสวด จนจบพิธีใช้เวลา ๔๐ นาที คือเสร็จประมาณ ๒๑.๔๐ น. สำหรับหลวงปู่ทองสุขนั้น.กายเนื้อท่านไม่ได้มาร่วมพิธีเพราะอาพาธหนักอยู่ที่ร.พ.พยัคฆภูมิพิสัย(ความจริงท่านอยากกลับวัดมาร่วมพิธีในวันนี้ แต่ทางคณะแพทย์ไม่ยอมเพราะท่านอาพาธหนักมาก) หลังจากพิธี ประมาณ ๑๐ นาทีได้รับโทรศัพท์แจ้งว่า ท่านหลวงปู่ทองสุข ละสังขาร ในเวลาที่พระสงฆ์ในพิธีสวดเสร็จพอดี (๒๑.๔๐น) ซึ่งบางท่านอาจว่ายังไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจ เพราะอาจบังเอิญ แต่ที่ต้องยอมรับว่าอัศจรรย์นั้นก็เพราะในเวลาประมาณ ๒๑.๐๐น. ท่านหลวงปู่ทองสุขลืมตาขึ้นจากอาการอาพาธ สั่งให้พระอุปฐากนำหมอนหนุนหลังท่านให้นั่งบนเตียงจากนั้น แล้วท่านประสานมือทำสมาธิ ภายใต้ความสงสัยของพยาบาลเวร ว่า หลวงปู่ท่านนั่งสมาธิทำไม? พระอุปฐาก เอง ก็ งงไม่ทราบว่าท่านทราบได้อย่างไรว่าจะมีสมโภชเหรียญตอน สามทุ่ม เนื่องจากที่ไม่บอกเพราะไม่อยากให้ท่านกังวล นั่นเอง แต่ท่านทราบได้อย่างไรก็ไม่อาจคาดเดา สิ่งที่เขียนเล่ามานี้มิใช่จะให้ท่านได้อ่านเรื่องปาฏิหาริย์แบบประโลมโลก แต่ทุกอย่างเกิดขึ้นจริง ที่ไม่อาจแปรเป็นอื่นการสร้างเหรียญรุ่นนี้มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นหลายประการ ตั้งแต่แบบเหรียญ ยันต์หลังเหรียญ แม้การปลุกเสกแต่ละคราว จนครั้งสุดท้ายที่สมโภชเหรียญ แล้วท่านหลวงปู่ ทองสุขได้ละสังขารจากพวกเราไปก็มีประจักษ์พยานชัดเจนที่ยืนยันถึงความตั้งใจของหลวงปู่ทองสุขที่จะฝากธรรมฝากวิชาไว้ให้ประจักษ์ เหรียญชุดนี้จึงนับว่ามีความสูงค่าทางจิตใจอย่างมากจนทางอุณมิลิต ไม่มีความประสงค์ให้ท่านใดสัมผัสหยิบเหรียญนี้ ด้วยใจไม่บริสุทธิ์ที่เห็นเป็นเพียงแค่ว่า คือวัตถุเครื่องรางของขลังอย่างหนึ่ง เพราะเหรียญธรรมมหาจำเริญ(บรมจักรจาตุรงคสันนิบาต)นี้ เปรียบเสมือนวัตถุธรรมแสดงเป็นประจักษ์พยานของความดีงามบริสุทธิ์หลายประการที่ได้เกิดขึ้นจริงๆบนโลกใบนี้คือ เมตตากรุณาของผู้ทรงภูมิทางจิต ที่หมายโปรดสัตว์โลกทุกวิถีทาง แม้ยามจะละสังขารจากไป ความรักเมตตา อย่างเหลือประมาณ ที่ท่านหลวงปู่ทองสุขมี ให้ ศิษย์ ความกตัญญู ที่ศิษย์มีให้แก่ท่านอย่างมากประมาณเช่นกัน ความรักของมิตรสหาย(ทางธรรม)ของท่านหลวงปู่ทองสุขที่ช่วยจนสุดแรงเพื่อให้สิ่งที่ท่านประสงค์ครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นโดยสมบูรณ์ เป็นความดีงามของน้ำมิตรจากฆราวาสนิรนามสหายธรรมของท่านที่มีจิตมหัศจรรย์ สิ่งเหล่านี้เป็นความศักดิ์สิทธิ์ที่เกิดขึ้นจริงๆและมีได้ครบถ้วนสมบูรณ์เป็นอัศจรรย์ สิ่งนั้นคือความบริสุทธิ์ใจเป็นความดีงามล้วนๆ นอกเหนือจากสรรพวิชาเลิศล้ำแสนพิสดารจนสุดที่จะบรรยาย หลวงปู่ทองสุข เป็นพระภิกษุที่สมบูรณ์เพียบพร้อมจริงๆทั้ง วิชา ปริยัติ ปฏิบัติ อย่างที่ไม่เคยพบในพระภิกษุรูปใดจะบำเพ็ญถึงได้ สำหรับวัตถุมงคลครั้งนี้ ท่านที่ได้ครอบครอง เหรียญบรมจักรจาตุรงคสันนิบาต (ธรรมมหาจำเริญ) ถือว่า มีวัตถุมงคลที่ศักดิ์สิทธิ์อย่างที่สุดในแผ่นดินชิ้นหนึ่งเลยทีเดียว เพราะเป็นมรดก ทางธรรม และทางสรรพวิชา ที่เกิดจากจิตบริสุทธิ์ของ ท่านหลวงปู่ทองสุข พระแท้หัวใจเพชรที่กล้าบอกกับท่านผู้อ่าน อย่างเต็มปาก ว่า เป็นหนึ่งไม่มีสองในแผ่นดินอย่างแท้จริง หมายเหตุ วัตถุมงคลชิ้นนี้ ไม่มีคาถากำกับเพราะเกิดจากเนื้อแท้ของจิตบริสุทธิ์ และได้ประจุธาตุวิชาจากผู้ทรงภูมิทางจิต ในสายธาตุวิชา ระดับ แก้วบรมจักร ถึงสี่ท่าน ที่เดินธาตุวิชาขั้นนี้พร้อมกันในวันเวลาเดียวกัน (สมโภชเหรียญ)โดยมิได้นัดหมาย ถือเป็นธาตุกายสิทธิ์สูงสุดชนิดหนึ่ง จึงเป็นเหตุที่ทำให้ เปลี่ยนชื่อจากเดิมคือเหรียญมหาจักร เป็น เหรียญบรมจักรจาตุรงคสันนิบาต (แก้วบรมจักรสี่ดวงมาประชุมกัน) อานุภาพอาจ บันดาลเป็นได้ทุกประการชนิดเกินคาดคิดเกินจินตนาการของปุถุชนเลยทีเดียว เพียงแต่ผู้ใช้จะเข้าถึงและมีจิตใจบริสุทธิ์เพียงพอหรือไม่เท่านั้น อย่าสนเท่ห์เลย ![]() **** เหรียญบรมจักรจาตุรงคสันนิบาตนี้ จัดเป็นชุดสำหรับกรรมการที่ร่วมสร้างเพียงสิบชุดเท่านั้น นอกนั้นจะเก็บเป็นอนุสรณ์ ไม่ตั้งกำนลให้ผู้ใดบูชาอีก สำหรับเหรียญบางส่วนได้มอบให้สำนักหอพระศิษย์ในสายท่านหลวงปู่ทองสุข เพื่อดำเนินการตามเจตนารมณ์หลวงปู่ทองสุขต่อไป ซึ่งก็จะไม่มีการเปิดให้บูชาเช่นกันแต่จะนำไปสร้างประโยชน์ ตามเจตนารมณ์ของท่านหลวงปู่ทองสุข ที่ให้แจกกับผู้ที่สมควรเท่านั้น การนำเรื่องนี้มาบันทึกก็เพื่อจารึกเรื่องราวความดีงาม ความบริสุทธิ์ใจ ของท่านหลวงปู่ทองสุข และผู้ร่วมสร้างเหรียญธรรมมหาจำเริญ นี้ไว้ต่อสาธารณะว่าเคยเกิดเรื่องเหล่านี้ขึ้นจริงและควรจดจำไว้นานเท่านาน.... กราบคารวะทุกดวงใจบริสุทธิ์ที่ได้ร่วมสร้างสิ่งดีงามที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ให้เกิดขึ้นในแผ่นดิน.......สวัสดี |