![]() |
| พระแก้วมณีโชติประภามุงเมือง | |||
|
"มีหลากหลายที่ทุกคนทุกชาติทุกภาษาทุกลัทธิ และศาสนา นับถือกันถึงเข้าไปยึดมั่นในสิ่งนั้น ๆ ว่าศักดิ์สิทธิ์มีอิทธิฤทธิ์ที่จะป้องกันคุ้มครองตัวเองได้ เนื้อความต่อไปนี้ใคร่ที่อยากจะขอชี้แจงเรื่องวัตถุที่เป็นวัตถุ ซึ่งเห็นด้วยตาและสัมผัสด้วยกาย ขอบอกตรง ๆ ว่า ชาวพุทธเรานี้เองที่เคารพนับถือคือ วัตถุที่เป็นเครื่องรางของขลังเพื่อความมุ่งหวังว่าสิ่งนั้น ๆ จะช่วยตนเองให้พ้นภัยอันตรายได้ จึงมีการสร้างเครื่องรางต่าง ๆ ขึ้นมา ซึ่งมีพระพุทธรูปพระเครื่องตลอดจนสิ่งต่าง ๆ หลากหลายเหลือที่จะพรรณนา ออกมาให้คนสักการะบูชาเลยกลายเป็นค่านิยมอันสูงส่ง ของวงการชาวพุทธไปแล้วในปัจจุบันและแล้วก็มีนักปราชญ์ นักเทศน์บางท่านได้กล่าวโจมตีว่างี่เง่างมงายเหลวไหลไปหลงเชื่อในเรื่องที่ไร้สาระ ผู้เขียนขอท้วงติงท่านที่ปฏิเสธและกล่าวโจมตีเรื่องต่างๆ รายรอบกันเป็นสุริยจักรวาล คือ โลกภายนอกเกิดขึ้นมาได้อย่างไร ใครเป็น ผู้สร้างในคัมภีร์ Old Testament ของคริสต์ก็ดี และในคัมภีร์อัลกุระอ่านของอิสลามก็ดี เขาก็ลงความเห็นกันว่าพระเจ้าเป็นผู้สร้างโลกส่วนในศาสนาพราหมณ์ ฮินดูและอื่น ก็ถือว่า พระพรหมเป็นผู้สร้างโลกส่วนในศาสนากรีกสมัยดึกดำบรรพ์ ก็ถือว่า Psycho ที่มาใน Britannica แต่ความหมายนี้เป็นภาษากรีกโบราณ มีความหมายว่า Breath คือลมหายใจและต่อไปเมื่อวิวัฒนาการเจริญขึ้น นักวิชาการของกรีก ก็ลงความเห็นกันว่า ไซคี ได้เจริญขึ้นมาเป็น Soul โซลคือจิตวิญญาณ แต่ในทางพระพุทธศาสนาได้กล่าวไว้ในที่ต่าง ๆ ของพระไตรปิฎก ก็กล่าวถึง อิทัปปัจจยตา ทุกอย่างเกิดขึ้นจากเหตุปัจจัยและเขาถามไว้ข้างต้นนั้น ทั้งทางศาสนาและลัทธิต่าง ๆ ตลอดถึงวิทยาศาสตร์ ก็ให้คำยุติกันได้แล้วว่าโลกเกิดขึ้นมาจากธรรมชาติ แล้วถามว่าธรรมชาติคืออะไร คนส่วนใหญ่ก็คงจะตอบว่า... (สามารถติดตามเรื่องราวเพิ่มเติมเกี่ยวกับแก้วโป่งข่าม
ได้ในนิตยสารอุณมิลิต ฉบับที่ ๒๑ ประจำเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๔๘)
พระคาถานี้ชื่อพระสิหิงค์ ได้เมื่อพระพุทธเจ้าผจญมารเอาชนะศัตรูทั้งปวง ใช้ได้พันช่องตามแต่อธิฐาน ถ้าเป็นความเสกน้ำส้มป่อย เจ็ดจบแล้วอาบ กันคุณคน คุณผีทั้งปวง ถ้าหญิงชายผู้ใดโกรธเรา ให้เอาผ้านุ่งที่มันนุ่งเสกเจ็ดจบ กลับรักเราแล ภาวนาก่อนเข้านอนเป็นที่รักแก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย คาถาบูชาวชิระเป็ก
(โป่งข่าม) พระคาถานี้ปรากฎในกฎหมายประเพณี ลักษณะแก้วที่ต้องใช้กับบุคคลชั้นสูง และคหบดี เนื่องจากเป็นที่ห่วงแหนจึงปิดปังกันเอาไว้ คาถาที่เกี่ยวกับโป่งข่ามที่ใช้อยู่ทั่วไปนั้น ผูกขึ้นในชั้นหลัง ซึ่งผู้เผยแพร่มิได้รู้ถึงตำนานเกี่ยวกับโป่งข่ามที่ถือเป็นแก้วชั้นสูง เดิมทีนั้นถือว่าโป่งข่ามเป็นของวิเศษ อาจทำให้ผู้ครอบครองมีอำนาจเหนือผู้อื่นได้ จึงลงโทษตามกฎหมายลานนาโบราณ(สมัยพระยาเม็งรายมหาราช) ที่ว่า "เอาแก้วแหวนท้าวพระยามาจอดยั้งเมืองให้ฆ่าเสีย" (อ่านรายละเอียดในอุณมิลิต) แก้วประภาหมอกมุงเมือง ถือเป็นแก้ววิเศษ ในลำดับที่ 21 ตามตำนานรัตนะแก้วแก่นไท้ 24 ดวง ที่เชื่อตามตำนานว่า "แก้วหยาดจากฟ้าลงมา 24 ดวง ตกลงมาโขงเขตห้อง จากเทศท้องเมืองอินทร์" (พระอินทร์ประทานมาให้ปรากฎแก่โลก) ที่คำตำนานว่า "รัตนเลาเลิศแล้ว ชื่อแก้วหมอกมุงเมือง" พระคาถาว่าดังนี้ "โสภาเว มะระยะเตเตเต อาจะยะคะยะยะละพะสะ โชพายุ มะยะฐะวะโร นิมาวะวะฐัณตุ ชินาเต ชะสา" ว่าเจ็ดหน นำสะสรงน้ำส้มป่อยชำระด้วยฝ้ายขาวเจ็ดเส้นถู เครื่องบูชา เบี้ยเงินคำ ให้ว่าพระคาถานี้ก่อนว่าพระคาถาสิงห์หลวง หากไม่สะดวกให้จัดเครื่องบูชาเพียงดอกไม้ ธูปเทียนก็ได้
|